เกี่ยวกับโครงการ

หน้าหลัก / เกี่ยวกับเรา / ที่มาของโครงการ

ที่มาของโครงการ


กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนให้คนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากบริการขนส่งสาธารณะ เฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ เพื่อไม่ให้เกิดความแตกต่างในเรื่องของถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา ฐานะ เพศ อายุ ความพิการ และสภาพทางกายหรือทางจิตใจ ลดความเหลือมล้ำทางสังคม

นโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญในเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำของสังคม การสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการของรัฐ โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริม และสนับสนุนให้คนพิการ หรือผู้ที่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือในการดำเนินชีวิตและการเดินทาง ซึ่งหมายความรวมถึง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักฟื้น ตำรวจ ทหารผ่านศึก เด็กเล็ก และสตรีมีครรภ์ สามารถเดินทางออกจากบ้านไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้โดยสะดวก ปลอดภัย มั่นใจ สามารถมีชีวิตอิสระ ไปไหนมาไหนได้ด้วยตนเองเต็มตามศักยภาพ ไม่เป็นภาระของคนรอบข้าง หรือของสังคม และ ได้ภูมิใจในตัวเองว่าทุกคนก็มีสิทธิที่เท่าเทียมกัน

กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินงานด้านคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ภายใต้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 3/1 ที่กำหนดให้การบริหารราชการต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนเกิด ผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ และนโยบายของรัฐบาล โดยได้นำนโยบายการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการสำหรับคนพิการ ผู้สูงอายุ เด็ก สตรีมีครรภ์ไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลได้จริงและเป็นประโยชน์ต่อคนพิการและประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริงซึ่งได้มีกฎหมาย ระเบียบ และข้อตกลงต่าง ๆ เป็นกรอบในการปฏิบัติงานดังนี้

  1. งานด้านคนพิการ กระทรวงคมนาคมได้ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 ให้หน่วยงานราชการต้องจัดสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานสำหรับคนพิการครบทั้ง 5 ประเภท ได้แก่ ทางลาด ห้องน้ำ ที่จอดรถ ป้ายสัญลักษณ์ รวมทั้งบริการข้อมูลข่าวสาร และเป็นไปตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อสนับสนุนมาตรการผลักดันการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการและทุกคนในสังคมเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้

  2. งานด้านเด็ก ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2556 มาตรา 22 การปฏิบัติต่อเด็กไม่ว่ากรณีใด ให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญและไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก Convention on the Rights of the Child

  3. งานด้านผู้สูงอายุ ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 มาตรา 11 ผู้สูงอายุมีสิทธิได้รับการคุ้มครอง การส่งเสริมและการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ดังนี้

    • การอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยทั้งในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะหรือการบริการสาธารณะอื่น

    • การช่วยเหลือด้านค่าโดยสารยานพาหนะตามความเหมาะสม

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมคนพิการ เด็ก ผู้สูงอายุ ให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากการบริการขนส่งสาธารณะ โดยมอบหมายหน่วยงานในสังกัดปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎกระทรวง กำหนดลักษณะ หรือการจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการในอาคารสถานที่ ยานพาหนะ และบริการขนส่ง เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้

สืบเนื่องจากกระทรวงคมนาคมได้ออกกฎกระทรวงกำหนดลักษณะ หรือการจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกหรือบริการในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะ และบริการขนส่ง เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ พ.ศ. 2556 กระทรวงคมนาคมจึงมีนโยบายที่จะทำการสำรวจโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานอื่น จึงมอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม ดำเนินโครงการค่าจ้างศึกษา สำรวจเพื่อการประเมินและให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการสำรวจโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะของกระทรวงคมนาคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งระบบการขนส่งทางน้ำ ทางบก ทางราง และทางอากาศ โดยมีเป้าหมายดำเนินโครงการให้ครอบคลุมทั่วทุกภาคของประเทศไทย ซึ่งได้แบ่งงานออกเป็น 4 ระยะโดยกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินโครงการดังกล่าว ในระยะที่ 1 ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 แล้ว ในพื้นที่ 9 จังหวัด ในภาคตะวันออก กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ได้แก่ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และตราด โดยว่าจ้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นที่ปรึกษาโครงการ

เพื่อให้การดำเนินงานด้านคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุเป็นรูปธรรม และให้การดำเนินงานโครงการดังกล่าว มีความต่อเนื่องและขยายผลไปยังจังหวัดในภูมิภาคทุกภาคของประเทศไทย สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม จึงขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2559 ดำเนินโครงการค่าจ้างศึกษา สำรวจเพื่อการประเมินและให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงและออกแบบโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ของกระทรวงคมนาคม ระยะที่ 2 ได้ดำเนินการในพื้นที่ 10 จังหวัด ในภาคตะวันตก และภาคใต้ ได้แก่ สมุทรสงคราม กาญจนบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต ตรัง และ สงขลา โดยว่าจ้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นที่ปรึกษาโครงการดังกล่าว

เพื่อให้การดำเนินงานด้านคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุเป็นรูปธรรม และส่งผลให้การดำเนินงานการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการสำหรับคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง มีความต่อเนื่องและขยายผลไปยังจังหวัดในภูมิภาคทุกภาคของประเทศไทย สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม จึงขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2560 ดำเนินโครงการค่าจ้างศึกษา สำรวจเพื่อการประเมินและให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงและออกแบบโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ของกระทรวงคมนาคม ระยะที่ 3 จะดำเนินการในพื้นที่ 15 จังหวัด ในภาคเหนือและภาคกลาง ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ และกำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี สุพรรณบุรี และ ลพบุรี โดยว่าจ้างกลุ่มที่ปรึกษาประกอบด้วย บริษัท พีเอสเค คอนซัลแทนส์ จำกัด และสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นที่ปรึกษาโครงการดังกล่าว

และจากผลการศึกษาที่ได้จากโครงการศึกษาฯ ทั้ง 3 ระยะดังกล่าว พบว่า ปัจจุบันหน่วยงานที่ให้บริการสาธารณะทั้งทางบก ทางราง ทางอากาศ ทางน้ำ ได้พัฒนาและให้ความสำคัญในการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ ผู้สูงอายุอย่างมาก แต่ได้ดำเนินการในพื้นที่ที่รับผิดชอบของหน่วยงานเท่านั้น สำหรับจุดเชื่อมต่อของระบบขนส่งสาธารณะจากระบบขนส่งหนึ่งไปยังระบบขนส่งหนึ่ง หรือจากหน่วยงานหนึ่งไปยังหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งยังไม่มีหน่วยงานไหนรับผิดชอบนั้น ยังไม่ได้พัฒนาและให้ความสำคัญอย่างจริงจัง จึงจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาและจัดทำแผนงานโครงการที่จะช่วยบูรณาการการเชื่อมโยงการเดินทางของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้การเดินทางของคนพิการ และผู้สูงอายุเป็นระบบสามารถเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง จากระบบขนส่งหนึ่งไปยังอีกระบบขนส่งหนึ่งได้อย่างไม่มีอุปสรรค และเพื่อเอื้อต่อการเดินทางของคนพิการและผู้สูงอายุ ให้มีความเสมอภาค และเท่าเทียมกับประชาชน ทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ ไม่เลือกปฏิบัติ และเป็นระบบในภาพรวมของประเทศ ดังนั้น กระทรวงคมนาคมจึงเห็นสมควรจัดสรรงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2562 เพื่อดำเนิน “โครงการจัดทำแผนบูรณาการการเชื่อมโยงการเดินทางเพื่อเข้าถึงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับคนพิการและผู้สูงอายุ” โดยเน้นการเดินทางในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นสำคัญ โดยว่าจ้างกลุ่มที่ปรึกษาประกอบด้วย บริษัท พีเอสเค คอนซัลแทนส์ จำกัด บริษัท อินฟราทรานส์ คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท ทราบส์คอนซัลท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาโครงการ