เกี่ยวกับโครงการ

หน้าหลัก / เกี่ยวกับเรา / สรุปผลการศึกษาโครงการในแต่ละระยะ

สรุปผลการศึกษาโครงการในแต่ละระยะ


สรุปผลโครงการจัดทำแผนบูรณาการการเชื่อมโยงการเดินทางเพื่อเข้าถึงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับคนพิการและผู้สูงอายุ

กระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินงานตามนโยบาย “การลดความเหลื่อมล้ำของสังคม การสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการของรัฐ” โดยคนพิการ ผู้สูงอายุ และคนทุกกลุ่มต้องได้รับการจัดสวัสดิการการเข้าถึงและประโยชน์จากการบริการขนส่งสาธารณะของหน่วยในสังกัดกระทรวงคมนาคม โดยได้ออกกระทรวง กำหนดลักษณะ หรือ การจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกหรือบริการในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะ และบริการขนส่ง เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ พ.ศ. 2556 เพื่อให้หน่วยงานในสังกัดปฏิบัติตาม รวมทั้งได้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีและข้อสั่งการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการศึกษา สำรวจเพื่อการประเมินและให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ของกระทรวงคมนาคม ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ ผลการศึกษา พบว่า การเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะในปัจจุบันยังไม่เอื้อต่อการเดินทางของคนพิการและผู้สูงอายุ สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม จึงกำหนดดำเนินโครงการ “จัดทำแผนบูรณาการการเชื่อมโยงการเดินทางเพื่อเข้าถึงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับคนพิการ และผู้สูงอายุ” ขึ้น

รายงานฉบับนี้ เป็นผลการศึกษาภายใต้โครงการจัดทำแผนบูรณาการการเชื่อมโยงการเดินทางเพื่อเข้าถึงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับคนพิการ และผู้สูงอายุ โดยเน้นการเชื่อมโยงการเดินทางในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ต่อเนื่อง เป็นสำคัญ ผลการศึกษา พบว่า พื้นที่กรุงเทพมหานคร มีระบบขนส่งสาธารณะที่มีการเชื่อมต่อการเดินทางมากกว่า 1 รูปแบบ ทั้งสิ้น 64 ย่าน และได้คัดเลือก 6 ย่านสำคัญ ที่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อการเดินทาง มาเป็นพื้นที่ต้นแบบ ดำเนินการออกแบบรายละเอียดเพื่อเสนอแนะการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และบูรณาการโครงการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยพื้นที่ 6 ย่านสำคัญ ประกอบด้วย

  • ย่านจตุจักร เป็นศูนย์กลางการเดินทาง ทางบก มีปริมาณการเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง และรถตู้โดยสารในเขตกรุงเทพฯ จำนวนมาก การเชื่อมโยงการเดินทาง ประกอบด้วย รถไฟฟ้าใต้ดินสถานีสวนจตุจักร และรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีหมอชิต
  • ย่านหัวลำโพง เป็นศูนย์กลางการเดินทาง ทางราง มีปริมาณการเดินทางโดยรถไฟมากที่สุด และมีการเชื่อมต่อทางน้ำ ได้แก่ เรือคลองผดุงกรุงเกษม การเชื่อมโยงการเดินทาง ประกอบด้วย รถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีหัวลำโพง รถไฟ สถานีรถไฟกรุงเทพ และเรือโดยสารคลองผดุงกรุงเกษม ท่าเรือหัวลำโพง
  • ย่านอโศก เป็นย่านศูนย์การค้าและธุรกิจ ที่มีปริมาณการเดินทางโดยรถไฟฟ้ามากที่สุด การเชื่อมโยงการเดินทาง ประกอบด้วย ระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีสุขุมวิท และรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีอโศก
  • ย่านสถานีขนส่งหมอชิต 2 เป็นศูนย์กลางการเดินทาง ทางบกอีกแห่ง มีปริมาณการเดินทางโดยรถ บขส. และรถตู้โดยสารระหว่างจังหวัดมากที่สุด การเชื่อมโยงการเดินทาง ประกอบด้วย รถโดยสารสาธารณะ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ รถตู้โดยสารสาธารณะ สถานีเดินรถโดยสารขนาดเล็กจตุจักร และรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีกำแพงเพชร
  • ย่านมักกะสัน เป็นศูนย์กลางการเดินทาง ทางราง สามารถเดินทางเชื่อมต่อระหว่างเมืองชั้นในและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ การเชื่อมโยงการเดินทาง ประกอบด้วย รถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีมักกะสัน เรือโดยสารคลองแสนแสบ ท่าเรือสะพานอโศก รถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีเพชรบุรี และรถไฟ ที่หยุดรถไฟอโศก
  • ย่านดอนเมือง เป็นศูนย์กลางการเดินทางทางอากาศ ภายในประเทศ ที่มีการเชื่อมต่อการเดินทางหลากหลายรูปแบบ ทั้งรถโดยสารประจำทางและไม่ประจำทาง รถไฟ และรถไฟฟ้า การเชื่อมโยงการเดินทาง ประกอบด้วย ท่าอากาศยานดอนเมือง รถไฟและรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง สถานีดอนเมือง

สำหรับการจัดทำแผนบูรณาการการเชื่อมโยงการเดินทางฯ ได้แบ่งเป็น 6 แผนงานตามแต่ละย่าน โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงการเดินทางภายในย่าน โดยได้จัดทำแผนเป็น 2 ระยะ ได้แก่

  • แผนระยะที่ 1 เป็นการปรับปรุง/รื้อย้ายสิ่งกีดขวางที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของคนพิการและผู้สูงอายุ ประกอบด้วย การปรับปรุงผิวทางเท้า ทางลาด และฝาท่อ การปรับปรุงป้ายรถโดยสารประจำทาง การรื้อย้ายสิ่งกีดขวาง ได้แก่ เสา ป้าย และตู้ต่าง ๆ การปรับปรุงพื้นผิวใต้บันไดสะพานลอย และปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณลิฟท์ รวมถึงการรณรงค์การบังคับใช้กฎหมาย ได้แก่ การห้ามขายของ และขับขี่จักรยานยนต์บนทางเท้า
  • แผนระยะที่ 2 เป็นการรื้อผิวทางเท้าเดิมและก่อสร้างผิวทางเท้าใหม่ทั้งหมด เพื่อการเดินทางที่เรียบและต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การศึกษาในครั้งนี้ ยังได้ศึกษาแนวทางการนำแผนบูรณาการการเชื่อมโยงการเดินทางฯ ไปสู่การปฏิบัติ โดยได้เสนอแนะแนวทางในการขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติ วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อความสำเร็จของแผน และเสนอแนะแนวทางการติดตามประเมินผลแผนฯ ทั้งนี้เพื่อให้หน่วยงานใช้เป็นกรอบแนวทางในการนำแผนไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

The project on the development of an integrated plan for linking travel to access Bangkok mass transit for persons with disabilities and elderly persons

The Ministry of Transport operates according to the policy “reducing social inequality and creating opportunities to access government services.” Persons with disabilities, elderly persons and all groups must receive welfare, access, and benefits from the public transportation services of the units under the Ministry of Transport by specifying characteristics or providing equipment, facilities or services in buildings, places, vehicles, and transportation services so that persons with disabilities can access and use, 2013, for the agency to follow including implementing the resolution of the Cabinet and various orders related. In the past, the Ministry of Transport conducted a study, survey for evaluation and recommendations for improving the public transport infrastructure for persons with disabilities, children and elderly persons of the Ministry of Transport covering all regions of the country. The results of the study show that access to public transport is not conducive to travel for persons with disabilities and elderly persons. The Office of the Permanent Secretary determined “The project on the development of an integrated plan for linking travel to access Bangkok mass transit for persons with disabilities and elderly persons.”

This report is a study of the project on the development of an integrated plan for linking travel to access Bangkok mass transit for persons with disabilities and elderly persons by focusing on linking traveling in Bangkok and continuous areas. The results showed that the Bangkok area has public transport systems that have more than 1 type of transportation connection, with a total of 64 areas and selected 6 key areas that are the transportation connection centers as the prototype areas to recommend improvements in infrastructure and project integration of relevant agencies. In which 6 major areas are comprised of

  • Chatuchak area is a center of land transportation. There are a lot of traffic by bus and vans in Bangkok. Transportation links include MRT Chatuchak station and BTS Mo Chit station.
  • Hua Lamphong area is the center of rail transportation. There are the most amount of train travel and there are water connections, including Khlong Phadung Krung Kasem boat. Transportation links include MRT Hua Lamphong station, SRT Bangkok station and Hua Lamphong Pier (Khlong Phadung Krung Kasem boat).
  • Asok area is a shopping and business area that has the highest amount of traffic by electric trains. Transportation links include MRT Sukhumvit station and BTS Asok station.
  • Mo Chit 2 Bus Terminal area is another land transportation hub. There is the highest amount of traffic by bus and van between the provinces. Transportation links include public buses, public van, and MRT Kamphaeng Phet station.
  • Makkasan area is a rail transportation hub that can connect to the inner city and Suvarnabhumi Airport. Transportation links include ARL Makkasan Station, Asoke Bridge Pier (Khlong Saen Saeb boat), MRT Phetchaburi Station and the train that stops Asoke train.
  • Don Mueang area is a domestic air transportation hub that has a variety of travel connections, including buses, trains and electric trains. Transportation links include
    Don Mueang International Airport, trains and SRT Don Mueang Station.

For creating an integrated plan for linking travel, it can be divided into 6 plans according to each area by focusing on linking travel within the area and creating a plan into 2 phases

  • Phase 1 plan is the improvement/removal of obstacles that obstruct the travel of persons with disabilities and elderly persons consist of the improvement of pavement surfaces, ramps and pipes, improving bus stops, removing obstacles consist of signs, posts and cabinets, improving the surface under stairs, bridges and improving the facilities around the lift. Including law enforcement campaigns consist of the prohibition of selling and driving motorcycles on sidewalks
  • Phase 2 plan is to dismantle the existing pavement surface and reconstruct the entire pavement surface for smooth and continuous travel.

In addition, this study also studied ways to implement an integrated plan for linking travel into action by suggesting ways to drive the plan into action, analyze risk factors that may affect the success of the plan, and make recommendations for monitoring and evaluating the plan. This is for the agency to use as a guideline framework to put the plan into action with concrete results.

สรุปผลการศึกษาโครงการฯ ระยะที่ 1

สืบเนื่องจากกระทรวงคมนาคมได้ออกกฎกระทรวงกำหนดลักษณะ หรือการจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกหรือบริการในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะ และบริการขนส่ง เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ พ.ศ. 2556 กระทรวงคมนาคมจึงมีนโยบายทำการสำรวจโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นที่มีโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะอยู่ในความรับผิดชอบ จึงได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม ดำเนินโครงการศึกษา สำรวจ เพื่อการประเมินและให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็กและผู้สูงอายุ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการสำรวจโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะของกระทรวงคมนาคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งระบบการขนส่งทางน้ำ ทางบก ทางราง และทางอากาศ โดยมีเป้าหมายดำเนินโครงการให้ครอบคลุมทั่วทุกภาคของประเทศไทย

กระทรวงคมนาคมมีภารกิจในการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะ รวมถึงการจัดสิ่งอำนวยความสะดวก เป็นไปตามหลักการออกแบบเพื่อคนทุกคน (Universal Design: UD) เพื่อให้คนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุสามารถเดินทาง และเข้าถึงอาคารสถานที่ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ได้อย่างปลอดภัยและมีมาตรฐาน รวมถึงการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงคมนาคมให้มีองค์ความรู้ด้านการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการให้แก่คนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ให้เป็นไปตามหลักการออกแบบเพื่อคนทุกคน (Universal Design: UD)

โครงการศึกษา สำรวจเพื่อการประเมินและให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงและออกแบบโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ของกระทรวงคมนาคม ระยะที่ 1 นี้ ได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก รวม 9 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และตราด และใช้พื้นที่สถานีที่มาจัดทำตัวอย่างคัดเลือกพื้นที่จังหวัดละ 1 จุด รวม 9 จุดเป็นพื้นที่โครงการนำร่องต้นแบบในการพัฒนาและออกแบบโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะสำหรับคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุตามมาตรฐาน โดยปัจจัยที่จะนำมาพิจารณาประกอบการคัดเลือกจึงพิจารณาตามปัจจัย ได้แก่ 1) เป็นสถานีหลักในการเดินทางของแต่ละจังหวัด 2) มีความสำคัญของรูปแบบการเดินทางและมีลักษณะจำเพาะในพื้นที่ 3) ความหลากหลายในการเชื่อมต่อการเดินทาง 4) ปริมาณผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ผลการสำรวจตามรายการตรวจสอบแยกเป็นการตรวจสอบการเข้าถึงสถานี (Accessibility) ซึ่งเป็นการตรวจสอบบริเวณพื้นที่จุดเชื่อมต่อโดยรอบสถานี และรายการตรวจสอบ ด้านการให้บริการในสถานี (Operations and Management)

จากการสำรวจสถานีในพื้นที่ศึกษาของโครงการฯ พบว่าด้านการเข้าถึงสถานี (Accessibility) ของทุกรูปแบบการเดินทางมีปัญหาหลักคือ การเชื่อมต่อระหว่างอาคารสถานีกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ไม่สะดวกมีอุปสรรคระหว่างเส้นทาง รวมไปถึงทางข้าม ทางเดินเท้าที่ยังไม่อานวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการให้เข้าถึงสถานีได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ นอกจากนั้น การเข้าถึง ท่าอากาศยาน และ ท่าเรือมีปัญหาอุปสรรคด้านที่จอดรถที่ยังไม่เพียงพอและไม่สามารถอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงอาคารผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากการสำรวจสถานีในพื้นที่ศึกษาของโครงการฯ พบว่าด้านการให้บริการในสถานี (Operations and Management) ของทุกรูปแบบการเดินทางมีปัญหาหลักคือ การให้ข้อมูลด้วยอักษรเบลล์แก่คนพิการทางการเห็นพบว่าไม่มีหรือไม่เพียงพอในการใช้บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกโทรศัพท์สาธารณะสำหรับคนพิการที่ยังมีจำนวนน้อย หรือบางสถานียังไม่มีให้บริการ สถานีขนส่งทางบกและทางน้ำ คนพิการประสบกับปัญหาการใช้บริการที่ช่องจาหน่ายตั๋วโดยสารที่ยังไม่เอื้อต่อการใช้งานรวมไปถึงจุดการให้บริการข้อมูลและพื้นที่พักคอยที่ยังมีไม่เพียงพอที่ท่าเรือ นอกจากนั้นพบว่า โครงสร้างพื้นฐานทางลาด บันได และราวจับยังไม่มีในบางแห่งทำให้คนพิการ ผู้สูงอายุ และเด็กไม่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกและปลอดภัยเพียงพอ

ปัจจุบันโดยรวมคนพิการพึงพอใจในการใช้บริการการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะทางอากาศและการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะทางราง ส่วนใหญ่เคยเดินทางด้วย รถไฟฟ้า บีทีเอส (BTS) และรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) ในระดับที่ค่อนข้างดี แต่การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะทางถนน โดย รถโดยสารประจำทาง บขส. และ รถโดยสารประจำทาง ขสมก. และการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะทางน้ำ โดย เรือโดยสารข้ามฟาก และเรือด่วน รวมถึงเรือเฟอร์รี่เพื่อการท่องเที่ยวพบว่าระดับความถึงพอใจยังค่อนข้างน้อย จากการสำรวจประเมินความพึงพอใจต่อคุณภาพการให้บริการขนส่งสาธารณะของคนพิการ

ผลการดำเนินงานในด้านการสำรวจประเมินโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ และผลการประเมินคุณภาพการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานฯ ทำให้กระทรวงคมนาคมมีข้อมูลพื้นฐานในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานฯ และมีแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงแนวทางการยกระดับคุณภาพการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ของกระทรวงคมนาคม นอกจากนี้ ข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นที่ได้จากการสัมมนารับฟังความคิดเห็นและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการศึกษาของโครงการฯ จะเป็นข้อมูลให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ เป็นระบบ เป็นรูปธรรม และได้มาตรฐานสากลต่อไป

Summary of Project Implementation of Phase 1

According to the Ministry of Transport has issued the regulations for defining the characteristics or equipment, facilities, or services in building, place, vehicle and transportation services for disabled people able to access and utilize. In 2013, Ministry of Transport has the policy to survey the public transport infrastructure under the responsibility of Ministry of Transport, Local Administration, and other agencies with public transport infrastructure are in charge. The study and survey project for assessment and recommendation to improve public transport infrastructure for disabled, children and elderly were assigned to Office of the Permanent Secretary, Ministry of Transport. This project is aimed to conduct the survey on the public transport infrastructure of Ministry of Transport and Local Government Organizations that include modes of water, road, rail and air. The goal is to cover all areas of Thailand.

Ministry of Transport is responsible for the development and improvement of the public transport infrastructure, served the facilities for the needs of all people (Universal Design: UD), i.e disabled, children and elder to travel, the infrastructure under the operation of the agencies in the Ministry of Transport are safe and standard, including the enhancement of the Ministry of Transport's personnel to provide facilities and services to the disabled, children and elder complied to the principles of Universal Design (UD).

The study and survey project for assessment and recommendation to improve public transport infrastructure for disabled, children and elderly were assigned to the Office of the Permanent Secretary of Transport, Phase 1 covered the study area of 9 provinces that include the Bangkok Metropolitan Region and East of Thailand. There were Bangkok, Samut Prakan, Nonthaburi, Pathum Thani, Nakhon Pathom, Chachoengsao, Chonburi, Rayong, and Trat which totally comprised of 9 stations as pilot areas for the development and design of public transport infrastructure for disabled, children, and elder complied to the UD standard. The considered factors for the selection were as follows: 1) the main transport station of each province. 2) the importance of travel modes and characteristics in the area. 3) the diversity in transport linkage. 4) the passenger volume. The surveys were considered the accessibility and the operations and management around the access point of the stations in the study area.

The result of survey in the study area was found that accessibility to the station of all transport modes had a major problem. The main problem was the linkage between the station building and other public transports. Those problems were inconvenient and obstructed; including the crossway and the walkway are inconvenient for the user to access to the station. In addition, accessibility to airports and ports were inadequate and unable to access to the terminal, i.e parking spaces.

The result of survey in the study area was found that operations and management of all transport modes had major problems. The main problems were providing Braille information to the disabled, inadequate service and public phones. Bus stations and ports had no counters for disabled including the information service and the resting area. Moreover, there were not provided ramp, stair, and handrails in some area appropriately.

At present, overall of disabled’s satisfaction was satisfy in the service of air and rail transports. Sky-train and Subway were quite good, but the satisfaction of the land transport (public bus) and the water transport (passenger ship, ferries and express boat, and tourist ship) were lower level.

The implementation results of the survey and assessment of the infrastructure and the facility for disabled, children, and elder is a baseline data for Ministry of Transport to improve the infrastructure and enhance the quality of the infrastructure improvement for disabled, children, and elder. In addition, the suggestions and comments from the seminars, the opinions and public relations of the project will be information to Ministry of Transport to improve the infrastructure and facilities for disabled, children, and elder properly, efficiently, and systematically in order to meet the international standards.

สรุปผลการศึกษาโครงการฯ ระยะที่ 2

สืบเนื่องจากกระทรวงคมนาคมได้ออกกฎกระทรวงกำหนดลักษณะ หรือการจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกหรือบริการในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะ และบริการขนส่ง เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ พ.ศ. 2556 กระทรวงคมนาคมจึงมีนโยบายทำการสำรวจโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นที่มีโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะอยู่ในความรับผิดชอบ จึงได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม ดำเนินโครงการศึกษา สำรวจ เพื่อการประเมินและให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็กและผู้สูงอายุ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการสำรวจโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะของกระทรวงคมนาคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งระบบการขนส่งทางน้ำ ทางบก ทางราง และทางอากาศ โดยมีเป้าหมายดำเนินโครงการให้ครอบคลุมทั่วทุกภาคของประเทศไทย

กระทรวงคมนาคมมีภารกิจในการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะ รวมถึงการจัดสิ่งอำนวยความสะดวก เป็นไปตามหลักการออกแบบเพื่อคนทุกคน (Universal Design: UD) เพื่อให้คนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุสามารถเดินทาง และเข้าถึงอาคารสถานที่ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ได้อย่างปลอดภัยและมีมาตรฐาน รวมถึงการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงคมนาคมให้มีองค์ความรู้ด้านการจัดสิ่งอำนวยความสะดวก และการบริการให้แก่คนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ให้เป็นไปตามหลักการออกแบบเพื่อคนทุกคน (Universal Design: UD)

โครงการศึกษา สำรวจเพื่อการประเมินและให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงและออกแบบโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ของกระทรวงคมนาคม ระยะที่ 2 นี้ ได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ภาคตะวันตก และภาคใต้ รวม 10 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสงคราม กาญจนบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต ตรัง และสงขลา และใช้พื้นที่ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ในจังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่โครงการนำร่องต้นแบบในการพัฒนาและออกแบบโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะสำหรับคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุตามมาตรฐาน ทั้งนี้ผลการสำรวจตามรายการตรวจสอบแยกเป็น การตรวจสอบการเข้าถึงสถานี (Accessibility) ซึ่งเป็นการตรวจสอบบริเวณพื้นที่จุดเชื่อมต่อโดยรอบสถานี และรายการตรวจสอบ ด้านการให้บริการในสถานี (Operations and Management)

จากการตรวจสอบปัญหาและอุปสรรคในภาพรวมของโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุด้านการเข้าถึงสถานี (Accessibility) พบว่า ปัญหาที่พบในด้านการเข้าถึงสถานี มักเกี่ยวข้องกับปัญหาการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างสถานีกับป้ายรถโดยสารประจำทางรอบๆ สถานี และปัญหาที่จุดรับ-ส่ง รวมถึงปัญหาการไม่มีจุดจอดรถคนพิการจัดเตรียมไว้ หรือบางสถานีมีการจัดเตรียมไว้แต่ก็ยังไม่ได้มาตรฐาน สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการบริเวณที่จอดรถและจุดรับส่งที่ขาดหายไปมักได้แก่ ทางลาดขึ้นสู่สถานี และอุปกรณ์นำทางสำหรับคนพิการทางการเห็น เป็นต้น ปัญหาที่พบรองลงมาพบว่าเป็นปัญหาเรื่องทางเท้าที่มีความต่างระดับ ปัญหาทางข้ามและสะพานลอย รวมถึงปัญหาป้ายสัญลักษณ์นำทางเพื่อเชื่อมเข้าสู่พื้นที่สถานี

แนวทางการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุด้านการเข้าถึงสถานี (Accessibility) สามารถสรุปได้ดังนี้

  • การปรับปรุงเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจุดรับ-ส่งรถระบบขนส่งสาธารณะ ได้แก่ ทางลาด ทางข้าม ทางเดินเท้า จุดจอดรับส่งด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลกับสถานี
  • การปรับปรุงข้อมูลแนะนำเส้นทางจากจุดเชื่อมต่อไปยังสถานี เช่น ระบบป้ายนำทาง พื้นผิวต่างสัมผัส และการให้ข้อมูลเสียงและอักษรเบรลล์
  • การจัดระบบและเส้นทางขนส่งสาธารณะด้วยรถโดยสารประจำทางเพื่อเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างระบบราง-รถโดยสารสาธารณะ-ท่าเรือ-ท่าอากาศยาน

จากการตรวจสอบสภาพปัญหาและอุปสรรคในภาพรวมของโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุด้านการให้บริการในสถานี (Operation and management) พบว่า ปัญหาที่พบในด้านการให้บริการในสถานีมากที่สุด ได้แก่ ปัญหาการขาดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการบริเวณทางเข้าสู่สถานี เช่น ทางลาดขึ้นสู่สถานี รวมถึงขาดอุปกรณ์นำทางสำหรับคนพิการทางการเห็น คือ พื้นผิวต่างสัมผัส ปัญหาที่พบรองลงมา ได้แก่ ปัญหาช่องขายตั๋วคนพิการ ปัญหาจุดให้บริการข้อมูลการเดินทาง ปัญหาที่นั่งสำรองคนพิการ นอกจากนั้นยังพบว่า ปัจจุบันยังมีการจัดอักษรเบรลล์ในจุดสำคัญๆ น้อยมาก และมีเพียงบางสถานีเท่านั้นที่ได้มีการจัดเตรียมไว้

จากการสำรวจยังพบด้วยว่า ผู้ให้บริการในบางสถานีไม่ทราบว่าหน่วยงานต้นสังกัดของตนเองมีแผนการให้บริการเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุอยู่แล้ว ในด้านความเข้าใจให้การให้บริการเพื่อคนพิการ พบว่า ผู้ให้บริการส่วนใหญ่มีความเข้าใจอยู่ในระดับน้อยจนถึงปานกลาง มีบางสถานีที่ผู้ให้บริการไม่มีความเข้าใจในเรื่องนี้เลย และมีสถานีเพียงส่วนน้อยที่ผู้ให้บริการมีความเข้าใจในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเกี่ยวกับประสบการณ์ในการฝึกอบรม ก็ยังพบด้วยว่า ผู้ให้บริการของสถานีส่วนใหญ่ไม่เคยผ่านการฝึกอบรมในการให้บริการเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ แต่อย่างใด

ผลการดำเนินงานในด้านการสำรวจประเมินโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ และผลการประเมินคุณภาพการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานฯ ทำให้กระทรวงคมนาคมมีข้อมูลพื้นฐานในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานฯ และมีแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงแนวทางการยกระดับคุณภาพการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ของกระทรวงคมนาคม นอกจากนี้ ข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นที่ได้จากการสัมมนารับฟังความคิดเห็นและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการศึกษาของโครงการฯ จะเป็นข้อมูลให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ เป็นระบบ เป็นรูปธรรม และได้มาตรฐานสากลต่อไป

Summary of Project Implementation of Phase 2

According to the Ministry of Transport has issued the regulations for defining the characteristics or equipment, facilities, or services in building, place, vehicle and transportation services for disabled people able to access and utilize. In 2013, Ministry of Transport has the policy to survey the public transport infrastructure under the responsibility of Ministry of Transport, Local Administration, and other agencies with public transport infrastructure are in charge. The study and survey project for assessment and recommendation to improve public transport infrastructure for disabled, children and elderly were assigned to Office of the Permanent Secretary, Ministry of Transport. This project is aimed to conduct the survey on the public transport infrastructure of Ministry of Transport and Local Government Organizations that include modes of water, road, rail and air. The goal is to cover all areas of Thailand.

Ministry of Transport is responsible for the development and improvement of the public transport infrastructure, served the facilities for the needs of all people (Universal Design: UD), i.e disabled, children and elder to travel, the infrastructure under the operation of the agencies in the Ministry of Transport are safe and standard, including the enhancement of the Ministry of Transport's personnel to provide facilities and services to the disabled, children and elder complied to the principles of Universal Design (UD).

The study and survey project for assessment and recommendation to improve public transport infrastructure for disabled, children and elderly were assigned to the Office of the Permanent Secretary of Transport, Phase 2 covered the study area of 10 provinces that include West and South of Thailand. There were Samut Songkhram, Kanchanaburi, Ratchaburi, Prachuap Khiri Khan, Chumphon, Surat Thani, Nakhon Si Thammarat, Phuket, Trang, and Songkhla. The pilot area for the development and design of public transport infrastructure for disabled, children, and elder complied to the UD standard was Chalong Bay in Phuket. The surveys were considered the accessibility and the operations and management around the access point of the stations in the study area.

The result of survey in the study area was found that accessibility to the station of all transport modes had a major problem. The main problems were the linkage between the station building and other public transports and no parking area for disabled, or not standardized in some stations. The most lack facilities for the disabled from entrance to the stations were ramps, guiding equipment for blind people, followed by counter, information point and reserving seats.

The ways of the public transport improvement for disabled, children, and elder in the term of accessibility are as followed.

  1. ­ The improvement at the linkage between the main station and the public bus station, e.g. slope way, crossroad, walkway, and transferred point or parking.
  2. ­ The improvement of information point for suggesting routes or linkages from the main station to the public bus station, e.g. signages, guiding and warning blocks, and blind sound and Braille.
  3. ­ The management of public transport route and system for linking all public transport systems.

The most important problem of the operations and management was the problem of providing service, e.g. the missing of the facilities for disabled at the station entrance; ramp, warning and guiding blocks, followed by counter service, information point and seat. Moreover, there was the service of Braille but not adequate.

In addition, service providers did not understand how to provide service to the disabled, children, and elder. There are only a few stations that the service provider understood. Also found that most of service providers were not trained in providing services to the disabled, children, and elder.

The implementation results of the survey and assessment of the infrastructure and the facility for disabled, children, and elder is a baseline data for Ministry of Transport to improve the infrastructure and enhance the quality of the infrastructure improvement for disabled, children, and elder. In addition, the suggestions and comments from the seminars, the opinions and public relations of the project will be information to Ministry of Transport to improve the infrastructure and facilities for disabled, children, and elder properly, efficiently, and systematically in order to meet the international standards.

สรุปผลการศึกษาโครงการฯ ระยะที่ 3

สืบเนื่องจากกระทรวงคมนาคมได้ออกกฎกระทรวงกำหนดลักษณะ หรือการจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกหรือบริการในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะ และบริการขนส่ง เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ พ.ศ. 2556 กระทรวงคมนาคมจึงมีนโยบายทำการสำรวจโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นที่มีโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะอยู่ในความรับผิดชอบ จึงได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม ดำเนินโครงการศึกษา สำรวจ เพื่อการประเมินและให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการสำรวจโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะของกระทรวงคมนาคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งระบบการขนส่งทางน้ำ ทางบก ทางราง และทางอากาศ โดยมีเป้าหมายดำเนินโครงการให้ครอบคลุมทั่วทุกภาคของประเทศไทย

กระทรวงคมนาคมมีภารกิจในการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะ รวมถึงการจัดสิ่งอำนวยความสะดวก เป็นไปตามหลักการออกแบบเพื่อคนทุกคน (Universal Design: UD) เพื่อให้คนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุสามารถเดินทาง และเข้าถึงอาคารสถานที่ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ได้อย่างปลอดภัยและมีมาตรฐาน รวมถึงการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงคมนาคมให้มีองค์ความรู้ด้านการจัดสิ่งอำนวยความสะดวก และการบริการให้แก่คนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ให้เป็นไปตามหลักการออกแบบเพื่อคนทุกคน (Universal Design: UD)

โครงการศึกษา สำรวจเพื่อการประเมินและให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงและออกแบบโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ของกระทรวงคมนาคม ระยะที่ 3 นี้ ได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง รวม 15 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ และกำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี สุพรรณบุรี และ ลพบุรี และใช้พื้นที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่โครงการนำร่องต้นแบบในการพัฒนาและออกแบบโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะสำหรับคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุตามมาตรฐาน

ผลการสำรวจประเมินโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุใน 15 จังหวัด แบ่งออกเป็นระบบขนส่งสาธารณะทางอากาศ 5 สถานี ระบบขนส่งทางราง 12 สถานี ระบบขนส่งทางบก 16 สถานี และระบบขนส่งทางน้ำ 1 สถานี พบว่า ระบบขนส่งสาธารณะทางอากาศได้จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการที่ได้มาตรฐาน เฉลี่ยร้อยละ 13 ระบบขนส่งทางรางได้มาตรฐาน เฉลี่ยร้อยละ 8 ระบบขนส่งทางบกได้มาตรฐาน เฉลี่ยร้อยละ 2 และระบบขนส่งทางน้ำได้มาตรฐาน เฉลี่ยร้อยละ 0 (สำรวจประเมินจากท่าเรือโดยสารเพียง 1 สถานี ที่เป็นทั้งท่าเรือโดยสารและท่าเรือขนส่งสินค้า) หากพิจารณาสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานที่ต้องจัดให้คนพิการเข้าถึงได้ตามมติ ครม. เรื่องการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ใน 5 รายการ ได้แก่ ทางลาด ห้องน้ำ ที่จอดรถ ป้ายและสัญลักษณ์ และจุดบริการข้อมูลข่าวสาร พบว่า สิ่งอำนวยความสะดวกประเภทจุดบริการข้อมูลข่าวสารยังไม่ได้จัดให้มี มากที่สุด

ผลการประเมินคุณภาพการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในด้านการรับรู้ของผู้ให้บริการและความพึงพอใจของผู้ใช้บริการใน 34 สถานี ของ 15 จังหวัด พบว่า ระบบขนส่งสาธารณะทางอากาศมีระดับการรับรู้ของผู้ให้บริการ ที่ร้อยละ 58 และความพึงพอใจของผู้ใช้บริการที่ร้อยละ 82 ระบบขนส่งสาธารณะทางรางมีระดับการรับรู้ของผู้ให้บริการที่ร้อยละ 40 และความพึงพอใจของผู้ใช้บริการที่ร้อยละ 68 ระบบขนส่งสาธารณะทางบกมีระดับการรับรู้ของผู้ให้บริการที่ร้อยละ 39 และความพึงพอใจของผู้ใช้บริการที่ร้อยละ 47 และระบบขนส่งสาธารณะทางน้ำมีระดับการรับรู้ของผู้ให้บริการที่ร้อยละ 23 และความพึงพอใจของผู้ใช้บริการที่ร้อยละ 24

จากการวิเคราะห์การประเมินคุณภาพฯ ในกรณีศึกษานำร่อง (Case Study) ของปี พ.ศ. 2560 ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมในระดับกรมและระดับผู้ให้บริการที่ได้ประเมินตนเอง (Self-Asssessment) ใน 4 ด้าน คือ ด้านนโยบายและแผนงาน ด้านการบริหารจัดการ ด้านการปฏิบัติงาน และด้านการพัฒนาบุคลากรพบว่า หน่วยงานการขนส่งทางอากาศมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับ B หรือระดับดี หน่วยงานการขนส่งทางรางมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับ B หรือระดับดี หน่วยงานการขนส่งทางบกมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับ D หรือระดับต่ำ หน่วยงานการขนส่งทางน้ำมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับ C และภาพรวมของกระทรวงคมนาคมอยู่ในระดับ C หรือระดับปานกลาง

ผลการดำเนินงานในด้านการสำรวจประเมินโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ และผลการประเมินคุณภาพการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานฯ ทำให้กระทรวงคมนาคมมีข้อมูลพื้นฐานในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานฯ และมีแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงแนวทางการยกระดับคุณภาพการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ของกระทรวงคมนาคม นอกจากนี้ ข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นที่ได้จากการสัมมนารับฟังความคิดเห็นและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการศึกษาของโครงการฯ จะเป็นข้อมูลให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ เป็นระบบ เป็นรูปธรรม และได้มาตรฐานสากลต่อไป

Summary of Project Implementation of Phase 3

According to the Ministry of Transport has issued the regulations for defining the characteristics or equipment, facilities, or services in building, place, vehicle and transportation services for disabled people able to access and utilize. In 2013, Ministry of Transport has the policy to survey the public transport infrastructure under the responsibility of Ministry of Transport, Local Administration, and other agencies with public transport infrastructure are in charge. The study and survey project for assessment and recommendation to improve public transport infrastructure for disabled, children and elderly were assigned to Office of the Permanent Secretary, Ministry of Transport. This project is aimed to conduct the survey on the public transport infrastructure of Ministry of Transport and Local Government Organizations that include modes of water, road, rail and air. The goal is to cover all areas of Thailand.

Ministry of Transport is responsible for the development and improvement of the public transport infrastructure, served the facilities for the needs of all people (Universal Design: UD), i.e disabled, children and elder to travel, the infrastructure under the operation of the agencies in the Ministry of Transport are safe and standard, including the enhancement of the Ministry of Transport's personnel to provide facilities and services to the disabled, children and elder complied to the principles of Universal Design (UD).

The study and survey project for assessment and recommendation to improve public transport infrastructure for disabled, children and elderly were assigned to the Office of the Permanent Secretary of Transport, Phase 3 covered the study area of 15 provinces that include the Northern and Central of Thailand. There were Chiang Rai, Chiang Mai, Lampang, Phrae, Sukhothai, Phitsanulok, Tak, Phetchabun and Kamphaeng Phet, Phichit, Nakhon Sawan, Phranakhon Si Ayutthaya, Saraburi, Suphan Buri and Lopburi. The pilot area for the development and design of public transport infrastructure for disabled, children, and elder in accordance with the UD standard was Mae Fah Luang International Airport, Chiang Rai province.

The survey and assessment result of the infrastructure and the facility for disabled, children, and elder in the 15 provinces are divided into 5 stations of the air public transport, 12 stations of the rail public transport, 16 stations of the land public transport, and 1 stations of the water public transport. The results show the average score of the public transports for disabled based on the UD standard. It were found that air mode had an average UD standard of 13 percent, rail mode had an average of 8 percent, land mode had an average of 2 percent and water mode had an average of 0 percent (The water transport of this project had only 1 station and using for the freight prevailly.) If considering the basic facilities by the cabinet resolution on the management of facilities for the disabled people on 19 May 2009 that the Government is required to provide the facilities to the disabled in 5 items, i.e ramp, bathroom, parking area, sign and symbol, and information service, it was found that the information service has not been provided most.

The assessment of the quality of the infrastructure improvement and the passenger satisfaction in 34 stations of 15 provinces was found that the service provider of air public transport had an average service perception of 58 percent and passenger satisfaction of 82 percent, the service provider of rail public transport had an average service perception of 40 percent and passenger satisfaction of 68 percent, the service provider of land public transport had an average service perception of 39 percent and passenger satisfaction of 47 percent and the service provider of water public transport had an average service perception of 23 percent and passenger satisfaction of 24 percent.

From the analysis of the quality assessment in the case study of the year 2017 of the personnel under Ministry of Transport at the department level and self-service level using method of self-assessment in 4 aspects, i.e policy and planning, management, operations, and development of personnel. It’s found that the air public transport organizations had an average score of B or a good level, the rail public transport organizations have an average score of B or a good level, the land public transport organizations have average scores in D or low levels, the water public transport organizations has an average score of C, and the overall average scores of Ministry of Transport was at C level or moderate level.

The implementation results of the survey and assessment of the infrastructure and the facility for disabled, children, and elder is a baseline data for Ministry of Transport to improve the infrastructure and enhance the quality of the infrastructure improvement for disabled, children, and elder. In addition, the suggestions and comments from the seminars, the opinions and public relations of the project will be information to Ministry of Transport to improve the infrastructure and facilities for disabled, children, and elder properly, efficiently, and systematically in order to meet the international standards.

สรุปผลโครงการในระยะที่ 4

กระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินการศึกษา สำรวจ เพื่อการประเมินและให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุง
และออกแบบโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะและความปลอดภัยในการเดินทางทางถนนเพื่อเข้าถึง
ระบบขนส่งสาธารณะสำหรับคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ของกระทรวงคมนาคม ระยะที่ 4 ในครั้งนี้
ได้ดำเนินการในพื้นที่รวม 10 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ นครราชสีมา อุบลราชธานี ขอนแก่น บุรีรัมย์ อุดรธานี ศรีสะเกษ นครพนม สกลนคร หนองคาย และมุกดาหาร และมีผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้

ผลการสำรวจประเมิน และแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะ สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ตามหลักเกณฑ์และแบบมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ของกระทรวงคมนาคม ในพื้นที่ 10 จังหวัด
รวม 26 พื้นที่จุดสำรวจ พบว่า มีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ได้มาตรฐาน และหากพิจารณาสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานที่ต้องจัดให้คนพิการเข้าถึงได้ตามมติ ครม. เรื่องการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
ใน 5 รายการ ได้แก่ ทางลาด ห้องน้ำ ที่จอดรถ ป้ายและสัญลักษณ์ และจุดบริการข้อมูลข่าวสาร พบว่า
สิ่งอำนวยความสะดวกประเภทห้องน้ำสำหรับคนพิการได้จัดให้มีมากที่สุด และสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวก
ที่จัดให้มีน้อยที่สุด ได้แก่ ป้ายและสัญลักษณ์เพื่อแสดงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ให้บริการ สำหรับรายละเอียดผลการสำรวจจำแนกตามระบบขนส่งสาธารณะจาก 26 พื้นที่จุดสำรวจ สามารถสรุปได้ดังนี้

ระบบขนส่งสาธารณะทางบก (สถานีขนส่งผู้โดยสารสาธารณะ) จำนวน 10 สถานี ได้จัดให้มี
สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการที่ได้มาตรฐาน เฉลี่ยร้อยละ 12

ระบบขนส่งทางราง (สถานีรถไฟ) จำนวน 7 สถานี ได้จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ
ที่ได้มาตรฐาน เฉลี่ยร้อยละ 24

ระบบขนส่งทางน้ำ (ท่าเทียบเรือโดยสารสาธารณะ) จำนวน 2 ท่าเทียบเรือ ได้จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการที่ได้มาตรฐาน เฉลี่ยร้อยละ 0

ระบบขนส่งทางอากาศ (ท่าอากาศยาน) จำนวน 7 ท่าอากาศยาน ได้จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการที่ได้มาตรฐาน เฉลี่ยร้อยละ 32

สำหรับพื้นที่ต้นแบบในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะ สิ่งอำนวยความสะดวก
เพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ จำนวน 2 พื้นที่ที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อออกแบบรายละเอียด (Detailed Design) ได้แก่ สถานีรถไฟชุมทางบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา และสถานีขนส่งผู้โดยสารเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดอุบลราชธานี โดยได้นำผลจากการสำรวจประเมิน มาทำการวิเคราะห์และเสนอแนะแนวทาง
แก้ไขปัญหาการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ เช่น การปรับปรุงพื้นที่จอดรถสำหรับคนพิการ การก่อสร้างลิฟท์ และการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องน้ำ เป็นต้น

ผลการสำรวจประเมิน และแนวทางการปรับปรุงการเดินทาง ทางเดินเท้า ทางข้ามในเขตเทศบาลในพื้นที่
10 จังหวัด รวม 10 พื้นที่จุดสำรวจ พบว่า สิ่งที่เป็นอุปสรรคในการเดินทางบนทางเท้ามากที่สุด ได้แก่
ฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุด เสียหาย ไม่เรียบสม่ำเสมอ คิดเป็นร้อยละ 57 รองลงมาเป็นทางลาดเชื่อมเข้าอาคารและเสาไฟฟ้าส่องสว่าง คิดเป็นร้อยละ 14 และร้อยละ 12 ตามลำดับ โดยได้นำผลจากการสำรวจประเมิน มาวิเคราะห์และเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา และจัดทำแบบแนวคิด (Conceptual Design) ทั้ง 10 พื้นที่ เพื่อเป็นต้นแบบในการปรับปรุงทางเดินเท้า และทางข้ามให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผลการปรับปรุงระบบสารสนเทศ และฐานข้อมูลของโครงการ โดยได้บูรณาการร่วมกับฐานข้อมูลเดิม
ของกระทรวงคมนาคม พร้อมทั้งออกแบบและพัฒนาให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก
และรวดเร็วมากขึ้น โดยพัฒนาระบบให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานบนหลายแพลตฟอร์ม สามารถปรับ
ใช้งานได้ทั้งคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน

ผลการถ่ายทอดความรู้ ด้านการตรวจประเมินและการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงสร้างพื้นฐาน
การขนส่งสาธารณะตามหลักการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล (Universal Design: UD) ให้กับบุคลากรในสังกัดกระทรวงคมนาคม พบว่า บุคลากรที่เข้าร่วมถ่ายทอดความรู้มีความเข้าใจในเนื้อหาและสาระสำคัญ
การถ่ายทอดความรู้ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 67 และระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 33 ซึ่งจะทำให้
มีองค์ความรู้ในขั้นตอนกระบวนการตรวจสอบ การจัดสิ่งอำนวยความสะดวก และสามารถนำไปปรับใช้
ให้สอดคล้องกับภารกิจ หน้าที่และปฏิบัติงานในหน่วยงานที่สังกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ผลการมีส่วนร่วมของประชาชนและการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่
ผลการศึกษาโครงการ โดยพบว่า ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการพัฒนาโครงการ ผลการศึกษา สำรวจประเมิน และการออกแบบพื้นที่ต้นแบบของโครงการ

จากผลการดำเนินงานในทุกส่วนงานของโครงการ หากนำไปพัฒนาต่อยอดให้เกิดผลเป็นรูปธรรมจะเป็น
ส่วนสำคัญที่ช่วยให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางและสร้างโอกาสในการเข้าสังคมให้กับคนพิการ เด็ก
ผู้สูงอายุ และผู้มีอุปสรรคมในการเดินทาง รวมทั้งเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางทางถนน ทางเท้า และทางข้าม ส่งผลให้คนพิการ เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีอุปสรรคมในการเดินทาง และประชาชนทั่วไปที่ใช้บริการ
มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถเดินทางในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเข้ามาใช้ระบบ
ขนส่งสาธารณะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการลดอุบัติเหตุในการเดินทางอย่างยั่งยืน