เกี่ยวกับโครงการ

หน้าหลัก / เกี่ยวกับเรา / การจัดสัมมนาต่างๆ ของโครงการ

การจัดสัมมนาต่างๆ ของโครงการ


การจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็น

การจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็น โครงการศึกษา สำรวจ เพื่อประเมินและให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงและออกแบบโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะ และความปลอดภัยในการเดินทางทางถนนเพื่อเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ สำหรับคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ โดยจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เวลา 9.00 น. ถึง 15.00 น. ณ โรมแรมสีมาธานี จังหวัดนครราชสีมา โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งหมดจำนวน 93 คน ประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ ส่วนราชการสังกัดกระทรวงคมนาคม รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคม ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจอื่น องค์กรคนพิการ องค์กรผู้สูงอายุ และบริษัทเอกชน โดยได้สรุปจำแนกตามกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

ผู้ตอบแบบสอบถามได้มีข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในภาพรวม สรุปได้ดังนี้

ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะด้านการนำเสนอในงานสัมมนา

• เสนอแนะการนำเสนอมิติเป็นเมตรจะเข้าใจได้ง่ายกว่าหน่วยเป็นมิลลิเมตร

• เสนอแนะให้เพิ่มระยะเวลาในการสัมมนา

ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะการศึกษาโครงการ

• เสนอแนะให้ที่ปรึกษาลงพื้นที่สำรวจสถานีขนส่งบุรีรัมย์ เพื่อเขียนแบบออกมา ทางเจ้าหน้าที่

ที่เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการแก้ไขต่อไป

• เสนอแนะให้ที่ปรึกษาทำงานบูรณาการร่วมกับสายการบิน เนื่องจากพื้นที่บางส่วนรับผิดชอบและออกแบบโดยสายการบิน

• เสนอแนะให้สำรวจทางเดินเท้ามากกว่า 1 แห่ง

• เสนอแนะให้เพิ่มพื้นที่ต้นแบบ

• เสนอแนะให้ตรวจสอบพื้นที่ที่เข้าสำรวจก่อน เนื่องจากหลายพื้นที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างปรับปรุง เพื่อให้ได้ผลการสำรวจที่ถูกต้องครบถ้วน

• เสนอข้อคิดเห็นว่าหน่วยงานราชการจำเป็นต้องใช้งบประมาณในการแก้ไขปรับปรุง หากมีกฎระเบียบที่ชัดเจนจะช่วยให้การขอรับการจัดสรรงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะโครงการ

• เสนอแนะให้ที่ปรึกษาควรเผยแพร่โครงการศึกษาในแต่ละภาค / จังหวัด เพื่อให้แต่ละพื้นที่นำไปศึกษาในรายละเอียด และนำไปปฏิบัติจริงต่อไป

• เสนอแนะให้การปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกควรเน้นไปที่คนพิการ เด็ก สตรีมีครรภ์

ในด้านเสียงเพิ่มขึ้น

• เสนอแนะให้เน้นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้วีลแชร์ข้ามถนน

1. การจัดสัมมนาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการศึกษาโครงการจัดทำแผนบูรณาการการเชื่อมโยงการเดินทางฯ

การจัดสัมมนาเพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ผลการศึกษา โครงการจัดทำแผนบูรณาการการเชื่อมโยงการเดินทางเพื่อเข้าถึงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับคนพิการและผู้สูงอายุ โดยได้จัดขึ้นเมื่อ วันพุธที่ 22 มกราคม 2563 เวลา 9.00 – 12.00 น. ณ ห้องจามจุรี บอลรูมบี ชั้น M โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมดจำนวน 134 คน ประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคม หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจอื่น องค์กรคนพิการ องค์กรผู้สูงอายุ บริษัทเอกชน และคณะที่ปรึกษา

โดยที่ประชุมได้มีข้อคิดเห็น/ข้อเสนอะแนะ สรุปได้ดังนี้

ความคิดเห็นเกี่ยวกับความจำเป็นของการดำเนินการตามแผนบูรณาการการเชื่อมโยงการเดินทางฯ เพื่อรองรับคนพิการและผู้สูอายุ

  • ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ (ร้อยละ 90) มีความเห็นว่า การดำเนินการตามแผนบูรณาการการเชื่อมโยงการเดินทาง เพื่อรองรับคนพิการและผู้สูงอายุมีความจำเป็นและต้องทำอย่างเร่งด่วน

ความคิดเห็นเกี่ยวกับหน่วยงานใดควรเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนแผนบูรณาการการเชื่อมโยงการเดินทาง

  • ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ (ร้อยละ 60) มีความเห็นว่า กระทรวงคมนาคมควรเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนแผนบูรณาการเชื่อมโยงการเดินทาง

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการจัดทำแผนบูรณาการการเชื่อมโยงการเดินทางทั้ง 6 ย่าน

  • ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ (ร้อยละ 74) มีความเห็นว่า การแบ่งแผนย่อย (ตามย่าน) ของแผนบูรณาการการเชื่อมโยงการเดินทางทั้ง 6 ย่าน มีความเหมาะสมมาก

  • ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ (ร้อยละ 70) มีความเห็นว่า การแบ่งโครงการ (แบ่งตามการเชื่อมต่อการเดินทางภายในย่าน) ของแผนบูรณาการการเชื่อมโยงการเดินทางทั้ง 6 ย่าน มีความเหมาะสมมาก

  • ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ (ร้อยละ 63) มีความเห็นว่า ระยะเวลาก่อสร้างของแผนงานหลังได้รับงบประมาณ (ประมาณ 1 ปี) ของแผนบูรณาการการเชื่อมโยงการเดินทางทั้ง 6 ย่าน มีความเหมาะสมมาก

  • ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ (ร้อยละ 66) มีความเห็นว่า แผนงานระยะที่ 1 พ.ศ. 2563-2565 (การปรับปรุงแก้ไข) มีความเหมาะสมมาก

  • ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ (ร้อยละ 59) มีความเห็นว่า แผนงานระยะที่ 2 พ.ศ. 2566-2567 (การรื้อและก่อสร้างผิวทางเท้าใหม่) มีความเหมาะสมมาก

ความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ

  • ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ (ร้อยละ 78) มีความเห็นว่า การปรับปรุงผิวทางเท้า ให้เรียบสม่ำเสมอและเดินทางได้อย่างต่อเนื่อง มีความเหมาะสมมาก

  • ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ (ร้อยละ 81) มีความเห็นว่า การรื้อย้ายสิ่งกีดขวาง (เสา ป้าย ตู้) ให้อยู่ในแนวเดียวกัน ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง มีความเหมาะสมมาก

  • ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ (ร้อยละ 74) มีความเห็นว่า การปรับปรุงป้ายรถโดยสารประจำทาง มีความเหมาะสมมาก

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอะแนะอื่น ๆ

  • การสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ (คนพิการและผู้สูงอายุ) ซึ่งอาจจะวัดได้ยาก เนื่องจากสถานีขนส่งเป็นพื้นที่สาธารณะที่ทั้งผู้ใช้บริการที่เป็นผู้โดยสาร และผู้ใช้บริการที่มาใช้บริการสถานีขนส่ง ในลักษณะที่ไม่ได้เป็นผู้โดยสาร ดังนั้นจึงเสนอแนะให้ตัวชี้วัดของโครงการ น่าที่จะวัดที่แผนงาน/โครงการปรับปรุงระหว่างหน่วยงาน ที่จะมีการเชื่อมโยงกัน และแสดงผลสำเร็จออกมาเป็นการเชื่อมโยงระหว่างโหมดการขนส่งที่ไร้รอยต่อ (วัด output) และประชาสัมพันธ์เส้นทางดังกล่าวให้ประชาชนทราบ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการเดินทาง แล้วค่อยวัด outcome โดยมีแบบประเมินให้คนพิการประเมิน ภายหลังจากคนพิการได้ใช้เส้นทางตามข้อมูลที่กระทรวงคมนาคมได้ประชาสัมพันธ์เส้นทางที่ได้ปรับปรุงการเชื่อมต่อให้คนพิการทราบ

  • ควรเข้มงวดกับการบังคับใช้กฎหมายกับการใช้รถบนทางเท้า หรือสิ่งอื่น ๆ ที่เป็นอุปสรรค

  • ทางเดินเท้าที่เป็นพื้นที่ของรัฐควรทำหลังคาบังแดดบังฝน เพื่อให้คนเดินเท้าสะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน และควรปรับปรุงทางเท้าในภาพรวม เนื่องจากกรณีปรับปรุงฝาท่อ สิ่งกีดขวางต่าง ๆ และทางเดินเท้าเฉพาะจุด อาจทำให้พื้นผิวไม่สม่ำเสมอ ไม่เรียบทั้งเส้นทาง

  • หลังปรับปรุงทางเท้าเสร็จ ต้องรับประกันการใช้งานอย่างน้อย 5 ปี จึงจะอนุญาตให้มีการขุดเจาะทางเท้า และควรบูรณาการกับการขุดประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ สายเคเบิลใยแก้ว และอื่น ๆ

  • เสนอแนะให้ปรับปรุงพื้นทางเดินต่างสัมผัส เนื่องจากมีหลายจุดที่แผ่นพื้นกระเบื้องนำทางคนพิการทางการมองเห็นไปชนใต้บันไดสะพานลอย หรือไปชนเสาไฟฟ้า ซึ่งอันตรายมาก

  • เสนอแนะให้มี application ที่เชื่อมต่อกับ GPS ของรถโดยสารประจำทาง หากรถสายใดเข้าจอดที่ป้าย ให้มีเสียงแจ้งคนพิการทางการมองเห็น เพื่อที่จะได้ทราบว่าสายใดมาจอด

  • การใช้ตัวชี้วัดเป็นปริมาณคนพิการและผู้สูงอายุที่มาใช้บริการเพิ่มมากขึ้นอาจไม่เหมาสม เนื่องจากประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หากนับปริมาณผู้สูงอายุจะมากขึ้นทุกปีอยู่แล้ว

  • ขยายแนวปฏิบัติดังกล่าวไปยังย่านอื่น ๆ ที่เหลือ ตามความพร้อมและความจำเป็นเร่งด่วน โดยเร็วต่อไป

  • เสนอแนะให้มีช่องทางข้ามถนนบริเวณวัดดอนเมืองให้ผู้สูงอายุและคนพิการ ซึ่งช่องทางเดิมถูกปิด ต้องขึ้นสะพานลอยอย่างเดียว (ป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้ามสนามบินดอนเมือง)

  • กรณีงานปรับปรุงฝาบ่อพักท่อระบายน้ำของ กทม. ขอให้มีรูปแบบที่สามารถที่จะดูแล รวมถึงการบำรุงรักษาท่อระบายน้ำ ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้ เพราะหากขอบฝาและขอบบ่อชิดกันเกินไป จะทำให้เมื่อทำการเปิดฝาบ่อพัก จะทำให้เกิดความชำรุดเสียหายทุกครั้งที่เปิด

  • บางส่วนพื้นผิวจราจรมีการก่อสร้าง ทำให้เป็นปัญหาในการใช้บริการ โดยเฉพาะบริเวณป้ายหยุดรถโดยสารประจำทาง บางพื้นที่การก่อสร้างใช้เวลานานเป็นปี

  • การดำเนินการต้องได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน และประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่ดำเนินการ และควรให้งบประมาณแก่หน่วยงานที่ร่วมก่อสร้างด้วย

  • ศาลาที่พักผู้โดยสารควรออกแบบให้กันแดดกันฝนมากขึ้นกว่าปัจจุบัน

  • การปรับปรุงทางเท้า อยากให้มีการขยายทางเท้าโดยการลดพื้นผิวถนนลงมา

  • การดำเนินการตามแผนการปรับปรุงให้ กทม. ดำเนินการ เนื่องจากเป็นพื้นที่ใน กทม. สำหรับการติดตามผลควรเป็นหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคมหรือสนข. และประเมินผลนำเสนอเพื่อดูว่าควรปรับปรุง หรือมีแผนบูรณาการของพื้นที่อื่น ๆ และเมื่อโครงการแล้วเสร็จ ควรจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ

  • กรณีการปรับปรุงผิวทางเท้าหรือการรื้อเพื่อก่อสร้างใหม่ในแผนระยะที่ 2 มองเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้สัญจร อย่างไรก็ตามปัญหาแท้จริง ที่ทำให้ทางเท้าชำรุดนั้น มาจากการปล่อยให้มียานพาหนะ/รถเข็นขายสินค้าขึ้นมาใช้บริเวณทางเท้า จึงมองว่าควรมี
    การบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

  • การจัดทำแผนบูรณาการการเชื่อมโยงการเดินทาง เพื่อเข้าถึงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งในเขตกรุเทพมหานคร มีความน่าสนใจมาก และมีวิธีการคิดและนำเสนอที่ดี และคิดว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้ แต่ในทางปฏิบัติ หรือการนำแผนฯไปสู่การปฏิบัตินั้น จำเป็นที่จะต้องมีการร่วมมือจากหลายภาคส่วน จึงอยากเสนอแนะให้เป็นวาระในการประชุมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมอบหมายให้ชัดเจน และควรดึงภาคเอกชน (MRT,BTS) เข้ามาร่วมทำและรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการบริหารจัดการโครงการต่อไป

  • ควรเน้นย้ำในเรื่องระบบแสงสว่าง เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ รวมถึงพื้นที่จัดเก็บถังขยะ และความสะอาดของพื้นผิวทางเดินเท้า

  • เสนอแนะให้มีการทดลองใช้จริงว่าสามารถใช้ได้จริงหรือไม่ และเริ่มทำทีละจุด เพื่อหาจุดเด่นและจุดด้อย จากข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะของผู้ใช้งานกลุ่มคนพิการ ผู้สูงอายุ และนำมาพัฒนาในจุดต่อไป

ผลการจัดสัมมนาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการศึกษา

2. การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ฯ โครงการจัดทำแผนบูรณาการฯ

การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ มีกำหนดดำเนินการเมื่อ วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม 2562 เวลา 9.00 – 12.00 น. ณ ห้องจามจุรี บอลรูมบี ชั้น M โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมดจำนวน 58 คน ประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคม หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจอื่น บริษัทเอกชน และคณะที่ปรึกษา

โดยที่ประชุมได้มีข้อคิดเห็น/ข้อเสนอะแนะ สรุปได้ดังนี้

ข้อเสนอแนะด้านโครงสร้างเว็บไซต์ และการนำเข้าข้อมูลบนเว็บไซต์

  • เสนอแนะให้มีการพัฒนาเว็บไซต์ ให้สามารถเข้าดูได้ทุกอุปกรณ์ทั้งคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือ

  • เสนอแนะให้มีการจากัดขนาดของข้อมูลที่จะนาเข้า

  • เสนอแนะให้มีการกาหนดหน่วยงานรับผิดชอบในการนาเข้าข้อมูล

ข้อเสนอแนะ ย่านมักกะสัน – ย่านอโศก

  • ขั้นตอนในการขออนุมัติ (1ปี) ต้องมีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้ 1. สำรวจ 2. จัดทำแผนเพื่อของบประมาณ 3.เสนอขออนุมัติ

  • ปี 2564 ต้องมีการย้าย street furniture เพื่อมอบพื้นที่ให้กับ EEC

  • ฐานตอม่อเก่าของ บริษัท ทีโอที จากัด (มหาชน) (TOT) ให้ทำการย้ายออก

  • หน่วยงานท้องถิ่นที่มีรถไฟฟ้าที่ต้องเกี่ยวข้องกับแผนงานในอนาคต ควรอยู่ในแผนระยะยาว

ข้อเสนอแนะ ย่านจตุจักร – ย่านดอนเมือง

  • บริษัท ท่าอากาศยานไทย จากัด (มหาชน) มีโครงการภายในพื้นที่รองรับอยู่แล้ว แต่การเชื่อมต่อไปที่ป้ายรถประจำทางยังต้องปรับปรุง (อยู่ภายใต้การดูแลของ กรมทางหลวง)

  • ปัญหาทางเทคนิคต้องมีการหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงาน (นอกรั้วการท่าอากาศยาน และในรั้วการท่าอากาศยาน)

  • บริษัท ท่าอากาศยานไทย จากัด (มหาชน) มีแผนปรับปรุง Terminal 3 ซึ่งจะทำเป็น junction terminal​

ข้อเสนอแนะ ย่านหัวลำโพง – ย่านสถานีขนส่งหมอชิต 2

  • เสนอให้มีการพิจารณา การกำหนดตำแหน่งที่หยุดรถโดยสารประจำทาง ในเขตกรุงเทพมหานคร

  • การรถไฟแห่งประเทศไทยมีแผนในการปรับปรุงป้ายภายในสถานีรถไฟ

​โดยสามารถดูรายละเอียดผลการสัมมนา ได้จาก
ผลการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ฯ

3. การจัดสัมมนาระดมความคิดเห็น โครงการจัดทำแผนบูรณาการฯ

การจัดสัมมนาระดมความคิดเห็นต่อโครงการจัดทำแผนบูรณาการการเชื่อมโยงการเดินทางเพื่อเข้าถึงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับคนพิการและผู้สูงอายุ โดยได้จัดขึ้นเมื่อ วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2562 เวลา 9.00 – 12.00 น. ณ ห้องจามจุรี บอลรูมบี ชั้น M โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมดจำนวน 86 คน ประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคม หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจอื่น องค์กรคนพิการ องค์กรผู้สูงอายุ บริษัทเอกชน และคณะที่ปรึกษา

โดยที่ประชุมได้มีข้อคิดเห็น/ข้อเสนอะแนะ สรุปได้ดังนี้

ด้านผลการสำรวจโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมโยงการเดินทาง

  • จากการสำรวจของที่ปรึกษา ปัญหาทางเท้าร้อยละ 35 สอดคล้องกัยสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน ซึ่งเป็นอุปสรรคในการเดินทางของคนพิการอย่างมาก

ด้านผลการออกแบบและประมาณราคาค่าก่อสร้าง/ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน

  • บริเวณทางลาดควรออกแบบให้มีชานพักก่อนที่จะลงสู่ถนน เนื่องจากบางแห่งมีการออกแบบ

  • ทางลาดที่ไม่มีชานพัก เมื่อลงทางลาดแล้วรถเข็นวีลแชร์จะถึงพื้นถนนเลย อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้

  • บริเวณจุดจอดรับ-ส่ง ควรที่จะมีชานพักบริเวณทางเดินเท้า และให้ทางลาดขนานกับถนน

  • ควรจะมี guiding block ในการนำทางคนพิการไปยังสถานที่ต่าง ๆ เช่น ป้ายรถโดยสารประจำทาง เพื่อความสะดวกในการเดินทางของคนพิการ

  • ทางบริษัท ท่าอากาศยานไทย ได้มีการคำนึงถึงการอำนวยความสะดวกต่อผู้ใช้บริการ ได้มีการใช้งบประมาณของบริษัทในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อการเดินทาง เช่น โครงการก่อสร้างskywalk เชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงกับอาคารผู้โดยสาร 2

  • ในการปรับปรุงภูมิทัศน์มักเกิดปัญหากับฝาบ่อพัก เนื่องจากในหลายแห่งมีการปรับปรุงแล้ว เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเปิดฝาบ่อพัก ควรมีการคำนึงการระบายน้ำ และการดูแล ซ่อมแซมในส่วนนี้ด้วย ซึ่งทาง กทม. จะมีแบบซึ่งเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว

  • จุดจอดรับ-ส่ง คนพิการ ควรจะมีพื้นที่สำหรับรถเข็นวีลแชร์ให้สามารถขึ้น-ลงด้วย

ด้านแผนบูรณาการการเชื่อมโยงการเดินทาง

  • มีความกังวลในการจัดหาเจ้าภาพในการดำเนินการปฏิบัติ

  • ควรจะมีขั้นตอนของการประเมินผล ให้ได้ข้อยุติเพื่อตอบสนองควมาต้องการของคนพิการและผู้สูงอายุก่อนที่จะนำไปดำเนินการจริง

  • ขอให้มีการสำรวจความคิดเห็น ความต้องการของคนตาบอด เสนอแนะให้มีการเชิญกลุ่มคนตาบอดมาร่วมกันรับฟัง และแสดงความคิดเห็น ความต้องการของคนตาบอดเพื่อให้ได้ข้อสรุปร่วมกัน

  • ผู้ค้า และวินจักรยานยนต์ อยู่ในแผนของสำนักเทศกิจที่จะเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่สาธารณะอยู่แล้ว และมีการใช้กฎหมายบังคับในโครงการ ‘จับจริง ปรับจริง’ ซึ่งได้มีการดำเนินการตั้งแต่ปี 2561 ถึง ปัจจุบัน

  • มีการเสนอเรื่องของวินจักรยานต์ยนต์ เข้าคณะกรรมการของ กทม. ให้พิจารณาเรื่องการยกเลิกหนังสือรับรองเป็นระยะเวลา 3 ปี สำหรับวินจักรยานยนต์ที่ขับขี่บนทางเท้า

  • แผนบูรณาการฯ ควรมีการระดมความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงคนพิการและผู้สูงอายุด้วย

  • เป้าหมายของแผนบูรณาการฯ ต้องมีความชัดเจน และควรจัดระยะของแผนเป็นระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวด้วย

  • ภายหลังจากการดำเนินการปฏิบัติแล้ว ควรจะมีการมอบหมายให้มีหน่วยงานในการติดตามและประเมินผล

  • เสนอแนะให้มีการจัดเตรียมแผนสำหรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น อาจมีกลไลบางตัวที่ไม่สามารถดำเนินการได้

​โดยสามารถดูรายละเอียดผลการสัมมนา ได้จาก
ผลการจัดสัมมนาระดมความคิดเห็นต่
อโครงการจัดทำแผนบูรณาการฯ

1. การจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อโครงการ ระยะที่ 3

การสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อโครงการศึกษา สำรวจ เพื่อการประเมินและให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุง และออกแบบโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะ เพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ของกระทรวงคมนาคม ระยะที่ 3 ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2560 เวลา 09.30 - 16.00 น. ณ ห้องบางลำภู โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร

การเข้าถึงสถานี (Accessibility)ผลการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชน จะสรุปเป็นประเด็นความคิดเห็นต่อการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของ สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ออกเป็นแต่ละส่วน ดังนี้

  1. การเข้าถึงการให้บริการภายในสถานีรวมไปถึงชานชาลา (Operation and Management)

  2. ผู้ให้บริการ (Operators and Staffs)

จากการสัมมนารับฟังความคิดเห็น ผู้เข้าร่วมสัมมนาจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กรมโยธาธิการและผังเมือง การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย และสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นต้น ได้ซักถามและ
ให้ข้อเสนอแนะต่างๆ โดยได้สรุปเป็นประเด็นต่อไปนี้

1) การเข้าถึงสถานี (Accessibility)

  • ในรายการตรวจสอบ สิ่งอำนวยความสะดวกโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ของกระทรวงคมนาคม (Checklist) อยากให้คำนึงถึงการปฏิบัติงานจริง ยกตัวอย่าง ความลาดชันของทางลาดไม่ควรเกิน 1:12 ในทางปฏิบัติอาจทำไม่ได้ ควรสามารถให้ดัดแปลงได้ตามสภาพภูมิประเทศของแต่ละพื้นที่

  • โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในบางสถานีที่มีอายุเก่าแก่ อาจไม่สามารถปรับแก้ได้ตามมาตรฐาน UD จึงควรให้ดัดแปลงได้ตามสภาพภูมิประเทศเพื่อการใช้งาน แต่ควรทำหมายเหตุไว้ในรายงานผลการประเมินโครงสร้างพื้นฐานฯ ว่าไม่สามารถปรับแก้ความชันได้ 1:12 เนื่องจากพื้นที่มีข้อจำกัดต่อการปรับแก้

  • อยากให้พิจารณาการใช้ Platform Lift เนื่องจากได้เกิดอันตรายต่อคนพิการในบางประเทศแล้ว ไม่ควรนำมาใช้งานหากไม่มีความจำเป็น เนื่องจาก Platform Lift จะใช้ในกรณีที่พื้นที่ไม่สามารถแก้ไข
    หรือปรับปรุงได้แล้ว

  • ได้มีข้อซักถามว่า คนพิการทางการได้ยินสามารถใช้ที่จอดรถสำหรับคนพิการได้หรือไม่

    • สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลได้ให้ข้อเสนอแนะว่า คนพิการทางการได้ยินก็สามารถ
      ใช้ที่จอดรถได้ เนื่องจากเป็นหนึ่งในเจ็ดประเภทของลักษณะการพิการ เพียงแต่ต้องมีบัตรที่แสดงตัวตน
      คนพิการ

  • ตัวแทนสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทยได้ขอให้กระทรวงคมนาคมจัดทำป้ายสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าคนพิการทางการได้ยินก็สามารถใช้ที่จอดรถสำหรับคนพิการได้ และควรมีการจัดอบรมเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการ หรือคนพิการทางออทิสติก เป็นต้น

    • ข้อสรุป ในประเด็นเรื่องการจัดทำป้ายสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าคนพิการทางการได้ยินก็สามารถใช้ที่จอดรถสำหรับคนพิการได้นั้น อาจเป็นการยากต่อการเปลี่ยนป้ายสัญลักษณ์เป็นรูปแบบใหม่ เนื่องจากป้ายสัญลักษณ์ที่เป็นรูปคนพิการนั่งบนรถเข็นเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับแล้ว ดังนั้น ในการแก้ไขปัญหานี้ อาจต้องชี้แจงเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการให้ทราบและเข้าใจ

2) การเข้าถึงการให้บริการภายในสถานีรวมไปถึงชานชาลา (Operation and Management)

  • ราวจับสำหรับคนพิการ (Hand Rail) ในห้องน้ำคนพิการ ไม่สะดวกต่อการใช้งานของคนพิการที่ใช้วีลแชร์ เนื่องจากเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวร่างกาย

    • โครงการได้พิจารณาและปรับแก้แบบเพื่อการก่อสร้างตามข้อเสนอแนะข้อนี้ โดยออกแบบราวจับสำหรับคนพิการให้สามารถพับเก็บได้

  • อยากให้พิจารณาเพิ่มระบบเสียง และระบบภาพสำหรับคนพิการทางการมองเห็นและทางการได้ยิน

    • โครงการได้พิจารณาและปรับแก้แบบเพื่อการก่อสร้างตามข้อเสนอแนะข้อนี้ โดยออกแบบเพิ่มเติมระบบเสียงและระบบภาพสำหรับคนพิการทางการมองเห็นและทางการได้ยิน

  • ในห้องน้ำที่มีปุ่มกดฉุกเฉินในห้องน้ำ ควรมีเชือกหย่อนลงมาในระดับพื้นในกรณีที่ผู้ต้องการความช่วยเหลือล้มลงที่พื้นด้วย และควรต้องจัดให้มีในหลายตำแหน่งในห้องน้ำ

    • โครงการได้พิจารณาและปรับแก้แบบเพื่อการก่อสร้างตามข้อเสนอแนะข้อนี้ โดยออกแบบปุ่มกดฉุกเฉินสำหรับคนพิการในห้องน้ำให้มีเชือกหย่อนลงมาในระดับพื้นสำหรับดึงได้ และเพิ่มตำแหน่งปุ่มกดฉุกเฉินในห้องน้ำ

  • ข้อกำหนดที่สำนักงานโยธา กทม. ใช้อยู่ คือ ความสูงของฟุตบาททางเท้า อยู่ที่ 15 เซนติเมตร และบันไดลูกตั้ง 15 เซนติเมตร และควรมีจุดพักเหนื่อยทุกระยะ 100 เมตร แต่ควรออกแบบไม่ให้เป็นจุดที่ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามานั่งและนอนได้อย่างสบาย นอกจากนี้ ยังได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ขอบกันตกที่เป็นพื้นผิวต่างสัมผัสสำหรับชานพักบันได อาจมีแค่จุดเริ่มต้นกับจุดสุดท้ายก็ได้ รวมทั้งควรมีแผนผังแสดงข้อมูล จุดเคาน์เตอร์ให้บริการและประชาสัมพันธ์ด้วย

3) ผู้ให้บริการ (Operators and Staffs)

  • เจ้าหน้าที่ที่ทำการสำรวจ (Audit) ควรผ่านการอบรม

    • กระทรวงคมนาคมควรออกข้อกำหนดให้เจ้าหน้าที่ที่ทำการสำรวจ (Audit) ผ่านการอบรม
      จึงจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ในการสำรวจประเมินโครงการสร้างพื้นฐานฯ ได้ โดยสามารถใช้หลักสูตร
      การฝึกอบรมบุคลากรเกี่ยวกับการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกและการให้บริการคนพิการและผู้สูงอายุ
      ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร

  • เจ้าหน้าที่ที่ให้บริการควรผ่านการอบรม และช่วยเหลือคนพิการ และเป็นล่ามภาษามือให้สำหรับคนพิการทางการได้ยินได้ด้วย

    • กระทรวงคมนาคมหรือหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องควรจัดหลักสูตรการช่วยเหลือคนพิการให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ให้บริการ เพื่อให้สอดคล้องกับการยกระดับการประเมินคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานฯ
      ของกระทรวงคมนาคม

4) ประเด็นอื่นๆ

  • อยากให้พิจารณาใช้คำว่า สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อทุกคน ไม่ใช่เฉพาะเพื่อคนพิการ เพื่อที่จะได้สอดคล้องกับคำว่า “Inclusive Design” หากใช้คำว่า “เฉพาะคนพิการ” อาจจะทำให้ผิดหลักการดังกล่าว และยากต่อการจัดลำดับการจัดสรรงบประมาณสำหรับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อคนพิการโดยเฉพาะ

  • อยากให้จัดทำป้ายสัญลักษณ์คนพิการให้เป็นมาตรฐานของกระทรวงคมนาคม และให้คำนึงถึงหลักการออกแบบเพื่อทุกคน ซึ่งคนพิการก็ใช้ได้ และทุกคนก็ใช้ได้

  • ป้ายสัญลักษณ์สำหรับคนพิการอาจอ้างอิงได้จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยพื้นเป็นสีน้ำเงิน รูปคนพิการเป็นสีขาวเท้าหันไปทางขวามือ ขนาด 30 x 30 เซนติเมตร

  • ป้ายสัญลักษณ์คนพิการ ให้หันเท้าไปทางเดียวกับทางลาด

  • สามารถอ้างอิงใช้สีป้ายสัญลักษณ์จากมาตรฐานสากล มอก.

  • หาก Checklist ตามเอกสารประกอบการสัมมนาไม่ได้กำหนดเป็นกฎหมาย อาจจะยากต่อการให้หน่วยงานนำมาปฏิบัติใช้

    • Checklist ของกระทรวงคมนาคมจะมีการปรับเนื้อหาให้เป็นไปตามสภาวการณ์และตามกฎหมายที่เพิ่มเติม ในการกำหนดเป็นกฎหมายให้หน่วยงานนำมาปฏิบัติใช้อาจต้องใช้ขั้นตอนและเวลา
      ในการดำเนินการ

  • การประเมินคุณภาพองค์กรโดยวิธี Self-Assessment เป็นการประเมินจากคนกลุ่มหนึ่ง อาจทำให้ผลคลาดเคลื่อนได้ จึงควรใช้วิธีการสังเกตการณ์จากบุคคลนอกด้วย

    • ในคู่มือการประเมินคุณภาพฯ ได้ระบุวิธีการประเมินคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานฯ ของหน่วยงาน
      ในสังกัดกระทรวงคมนาคม โดยนอกจากจะต้องทำการประเมินตนเอง (Self-Assessment) จะต้องมีการตรวจสอบจากบุคคลนอก (Third party) ด้วยเช่นกัน

  • อยากให้เชิญคนพิการหรือสมาคมที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่ม หรือเป็นคณะทำงานในการศึกษาต่อไปด้วย เนื่องจากบุคคลดังกล่าวจะเผชิญปัญหา และสามารถให้ข้อเสนอแนะได้ตรงและถูกต้องมากที่สุด

    • สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม กระทรวงคมนาคม เห็นชอบในเรื่องการเชิญคนพิการหรือสมาคมที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุเข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษาโครงการระยะต่อไป

  • ควรเพิ่มพื้นที่สำรวจในจังหวัดเล็กๆ หรือพื้นที่สาธารณะที่เป็นสังคมเมืองและสังคมชนบท เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทย

    • กระทรวงคมนาคมมีเป้าหมายขยายพื้นที่ให้ครอบคลุมทุกภาคของประเทศไทย ในเบื้องต้นจะเป็นการเริ่มจากพื้นที่เมือง และจะขยายผลออกไปยังพื้นที่อื่น อย่างไรก็ตาม สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม กระทรวงคมนาคม ได้จัดหลักสูตรอบรมการสำรวจประเมินโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
      มีองค์ความรู้ในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานฯ ดังนั้น หากเจ้าหน้าที่มีองค์ความรู้พร้อม จะสามารถดำเนินการสำรวจประเมินได้ด้วยตนเองไม่ว่าจะพื้นที่ไหนของประเทศไทย

  • ควรคำนึงถึงผู้สูงอายุให้มากขึ้น เนื่องจากในอนาคตจำนวนผู้สูงอายุจะมากกว่าจำนวนคนพิการ

    • สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม กระทรวงคมนาคม เห็นชอบในเรื่องการคำนึงถึงผู้สูงอายุ
      ซึ่งได้มีการเชิญกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้สูงอายุเข้ามามีส่วนร่วมในการสัมมนารับฟังความคิดเห็น อย่างไรก็ตามจะเชิญผู้สูงอายุเข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษาโครงการระยะต่อไปให้มากขึ้น

  • ควรปรับแก้แบบฟอร์มรายการตรวจสอบ สิ่งอำนวยความสะดวกโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะ
    เพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ของกระทรวงคมนาคม (Checklist) โดยอ้างอิงหัวข้อ ขนาด และลักษณะตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เป็นมาตรฐานขั้นต่ำ

    • Checklist นี้ได้พัฒนาขึ้นโดยใช้แบบฟอร์มอย่างง่าย เพื่อให้ผู้สำรวจเข้าใจได้ดี หากจะมีการบังคับใช้เป็นข้อกำหนด อาจจะมีการปรับแก้รูปแบบให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ดีขึ้น

  • หลักเกณฑ์ในรายการตรวจสอบ สิ่งอำนวยความสะดวกโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ของกระทรวงคมนาคม (Checklist) ควรตราเป็นพระราชบัญญัติมากกว่าเป็นกฎกระทรวง เนื่องจากแต่ละหน่วยงานจะมีกฎกระทรวงที่แตกต่างกัน

    • ในการตราหลักเกณฑ์ในรายการตรวจสอบ สิ่งอำนวยความสะดวกโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ของกระทรวงคมนาคม (Checklist) เป็นพระราชบัญญัติอาจต้องใช้ขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการ การตราพระราชบัญญัตินั้นจะทำได้ก็แต่โดยคำแนะนำ
      และยินยอมของรัฐสภา และมีพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งอาจเป็นการยากและอาจไม่เหมาะสม เนื่องจากกฎเกณฑ์ของแต่ละหน่วยงานมีบริบทและการนำไปใช้
      ที่แตกต่างกัน

  • มาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหลักการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design) มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ ดังนั้น รายการตรวจสอบ สิ่งอำนวยความสะดวกโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ของกระทรวงคมนาคม (Checklist) ควรมีการปรับแก้ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้สอดคล้องและสามารถปรับใช้กับสภาพปัจจุบันมากที่สุด

    • สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคมได้มีแนวคิดในการปรับรายการตรวจสอบ สิ่งอำนวยความสะดวกโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ของกระทรวงคมนาคม (Checklist) ให้เป็นปัจจุบันเช่นกัน

  • ควรพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการที่ดูแลด้านหลักการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design) โดยเฉพาะ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกหน่วยงาน

การจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ เพื่อรับทราบปัญหาและแนวทางแก้ไขจากผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะ สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุของกระทรวงคมนาคม ให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาโครงการฯ และประเทศชาติต่อไป นอกจากนี้ ผลลัพธ์ที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นจะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในเรื่องการจัดสิ่งอำนวยความสะดวก และบริการให้แก่คนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปในอนาคต

2. การจัดสัมมนาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการศึกษาโครงการ ระยะที่ 3

การสัมมนาการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการศึกษาโครงการศึกษา สำรวจ เพื่อการประเมินและให้ข้อเสนอแนะ ในการปรับปรุง และออกแบบโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะ เพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ของกระทรวงคมนาคม ระยะที่ 3 ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 09.30 - 12.00 น. ณ โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (โนโวเทล แอร์พอร์ต) กรุงเทพมหานคร

จากการสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษา ผู้เข้าร่วมสัมมนาจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กรมโยธาธิการและผังเมือง การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย และสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นต้น ได้ซักถามและ
ให้ข้อเสนอแนะต่างๆ โดยได้สรุปเป็นประเด็นต่อไปนี้

1. ภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้

  • ข้อสังเกตเรื่องของการขนส่งสาธารณะ จากผลการสำรวจประเมินโครงสร้างพื้นฐานพื้นฐานการขนส่งสาธารณะสำหรับคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ ระยะที่ 3 ของกระทรวงคมนาคม กรณีที่พบว่าระบบขนส่งสาธารณะทางอากาศมีคะแนนประเมินที่ได้มาตรฐานดีที่สุด และเป้าหมายของการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะทางอากาศ คือประชาชนทุกกลุ่มสามารถเดินทางทางอากาศได้ แต่สุดท้ายพบว่ายังมีปัญหาเรื่อง คนพิการไม่สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก ในประเด็นนี้ จึงอยากแจ้งถึงปัญหาและอยากให้ปรับปรุงให้คนพิการสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัยตามสิทธิที่ควรจะได้รับ

    • กระทรวงคมนาคมได้พยายามปรับปรุงการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ อย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดเป้าหมายให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้วให้ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้วางแผนที่จะวางระบบติดตามตรวจสอบผลการดำเนินปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานฯ ของสถานีขนส่งต่างๆ ให้มีร้อยละของการได้มาตรฐาน Universal Design มากยิ่งขึ้น

  • จากผลการศึกษาของโครงการฯ ทำให้ทราบว่าภาครัฐมีนโยบายที่จะปรับปรุงและรองรับการให้บริการแก่คนพิการ และผู้สูงอายุที่ชัดเจน แต่อยากให้การปฏิบัติตามนโยบายเป็นรูปธรรมมากขึ้น นอกจากนี้ ยังทราบว่าสถานีที่ให้บริการต่างๆ มีความพยายามในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้นแล้ว แต่อยากให้พิจารณาการบูรณาการการเดินทางให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางยังปลายทาง เช่น ตั้งแต่ออกจากบ้าน ทางลาดและฟุตบาทในการเดินทาง รวมถึงยานพาหนะระหว่างการเดินทางไปจนถึงปลายทางด้วย จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

    • ภาครัฐได้ดำเนินการศึกษาเกือบจะครอบคลุมในทุกระบบขนส่งสาธารณะแล้ว อาทิ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ มีสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นหน่วยงานกลางที่ดูแล ส่วนงานด้านการปรับปรุงยานพาหนะที่รองรับคนพิการ มี สนข. เป็นหน่วยงานกลางเป็นผู้ดูแล นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานที่ดูแลระบบขนส่งสาธารณะหลัก เช่น รฟม. รฟท. และ ทอท. เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้มีการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ซึ่งประเด็นนี้ เป็นประเด็นสำคัญที่ควรจะดำเนินการต่อไปในอนาคต

  • ข้อเสนอแนะเรื่องของหลักประกันที่จะทำให้คนพิการมั่นใจได้ว่าภาครัฐได้มีความพยายามช่วยเหลือและปรับปรุงงานด้านคนพิการ ได้แก่

1. ความเข้าถึงและเชื่อมโยงการขนส่งเพื่อเป้าหมายในการเดินทาง โครงการขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่ทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยในอนาคต ควรต้องมีการประเมินผลกระทบจากการเข้าถึงและการเชื่อมโยง ก่อนที่จะลงมือก่อสร้างหรือออกแบบ

2. การมีส่วนร่วมของคนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ใช้บริการ เนื่องจากกลุ่มเหล่าเป็นผู้ใช้บริการจริง จะสามารถให้ข้อเสนอแนะต่อโครงการได้อย่างถูกต้อง

3. ความต่อเนื่องของนโยบายและการนำมาปฏิบัติใช้ เพื่อให้สามารถนำสิ่งที่ได้ศึกษามาปฏิบัติได้จริงในอนาคต เพราะหากไม่มีความต่อเนื่องจะทำให้การศึกษาต่างๆ ที่ได้ดำเนินการมาไม่ได้รับการต่อยอดให้เกิดประโยชน์

4. ประโยชน์ต่อการลงทุนทางสังคม อยากให้เรื่องข้อกำหนดด้านงบประมาณเข้ามามีส่วนในการจัดสรร และวิเคราะห์ผลกระทบของการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกของทุกคนในสังคม ตั้งแต่เริ่มดำเนินการ

  • ในการปรับปรุงสถานีขนส่งต่างๆ หากเป็นไปได้ในครั้งต่อไป ควรมีการหารือกับผู้อำนวยการของสถานี เพื่อจะได้รับทราบนโยบายที่ตรงกัน และมีความเข้าใจในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับ คนพิการ และผู้สูงอายุร่วมกัน ในส่วนของการจัดทำ Checklist อยากให้คนพิการเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วม ในการทำงานร่วมกันมากขึ้น

2. สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

  • ควรชัดเจนในเรื่องของ Accessibility และ Universal Design เนื่องจากคำว่า Universal Design ไม่จำเป็นต้องให้ได้มาตรฐาน 100% แต่คำว่า Accessibility จำเป็นต้อง 100% เพราะฉะนั้นเรื่อง Accessibility จึงสำคัญมาก

  • มาตรฐานที่ได้จัดทำขึ้นควรจะเป็นมาตรฐานของประเทศไทยและสากลด้วย เพราะมาตรฐานสากลจะเป็นที่เข้าใจของทุกคน

  • ควรพิจารณาหน้าปกของเอกสารประกอบการสัมมนา รูปที่เป็น warning block เป็นมาตรฐานสากลควรต้องเป็นกากบาท ให้พิจารณาว่าอยากจะสื่อความหมายใด เป็น warning block หรือเป็น guiding block ทั้งหมด

3. บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.)

  • เรื่องของการอบรมพัฒนาบุคลากร ด้วยความที่ระบบราชการก็จะมีเรื่องการโยกย้ายประจำปี เพราะฉะนั้น ถ้าอยากให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงอยากให้พิจารณาคนที่ได้รับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคมด้วย ควรได้รับการอบรมให้ความรู้เพื่อที่จะให้ทำงานได้อย่างถูกต้องและเป็นไปตามมาตรฐาน

    • โครงการนี้ได้มีการพัฒนาแนวทางการยกระดับคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานฯ โดยให้องค์ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานด้านคนพิการในหน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งถือเป็นการวางระบบการประเมินคุณภาพขององค์กร ดังนั้น องค์กรควรมีการอบรมพัฒนาบุคลากรอยู่สม่ำเสมอเพื่อยกระดับคะแนนให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ในคู่มือการประเมินคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานฯ ของกระทรวงคมนาคม

  • อยากให้พิจารณาเรื่องการจัดทำมาตรฐาน Checklist เป็นรายระบบขนส่งสาธารณะ เนื่องจากทางหน่วยงานได้นำมาตรฐานไปทดลองใช้ตรวจสอบสถานีก็ประสบปัญหาว่า Checklist มีรายการและจำนวนหน้ามาก และไม่ค่อยได้ประโยชน์ เนื่องจากไม่มีลักษณะเฉพาะในแต่ละระบบขนส่งสาธารณะ เช่น ระบบรถไฟฟ้า รถไฟ สนามบิน เป็นต้น หากไม่สามารถดำเนินการจัดทำใหม่ได้ อยากขอความอนุเคราะห์ช่วยจัดอบรมหรือสาธิตการใช้ Checklist ร่วมกับ รฟฟท. เพื่อความเข้าใจและจะได้แก้ปัญหาที่ถูกต้อง

    • มาตรฐาน Checklist ของกระทรวงคมนาคม จะมีการปรับปรุงและพัฒนาให้เป็นปัจจุบันอยู่เรื่อยๆ สำหรับการจัดทำมาตรฐาน Checklist เป็นรายระบบขนส่งสาธารณะ จะนำไปพิจารณาในอนาคตต่อไป

4. สมาคมคนพิการทางเคลื่อนไหวสากล

  • อยากให้พิจารณาให้คนพิการและผู้สูงอายุเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การออกแบบ จะได้สามารถใช้งบประมาณ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

  • อยากให้แยกประเภทของ Checklist เพื่อสะดวกในการตรวจสอบและประเมิน

5. องค์การคนพิการแปซิฟิก

  • ควรพิจารณาการจัดตั้งกลุ่มคนพิการที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของวิธีการในการวิเคราะห์ข้อเสนอแนะที่ได้จากการตอบกลับในแต่ละหน่วยงานหรือสมาคม เพื่อสรุปผลได้อย่างถูกต้อง

  • ในการอ้างอิงกฎหมาย และนโยบายระหว่างประเทศ อาทิ Sustainable Development Goals (SDGs) ถือว่าเป็นนโยบายการพัฒนาสังคมสากล แต่อาจจะยังไม่เพียงพอ เนื่องจากไม่ใช่เอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ดังนั้น เอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมายของโครงการนี้มีอย่างน้อย 3 ฉบับ คือ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นข้อผูกพันทางกฎหมายที่ประเทศไทยไปเซ็นสัญญา ส่งผลให้กฎหมายทุกฉบับของประเทศต้องปรับให้สอดคล้อง หากยังไม่บรรลุผล ต้องแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของประเทศที่เป็นภาคีเครือข่าย เป็นมาตรการเชิงรุกและความพยายามเชิงบวก

    • สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคมได้พัฒนามาตรฐาน Checklist ของกระทรวงคมนาคมให้สอดคล้อง กับทุกกฎหมายของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ยังบูรณาการข้อกำหนดและกฎเกณฑ์ในมาตรฐาน Checklist ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงของมหาดไทย กรมกิจการผู้สูงอายุ และ พม. เช่นกัน

  • ปัจจุบันนี้ หน่วยงานได้กำลังศึกษา iCloud Accessibility Guideline ในระดับคุณภาพเอเชียแปซิฟิก และทำแบบสอบถาม และแบบประเมินท่าอากาศยานและการให้บริการ Air Transport ที่ได้ดำเนินการตาม iCloud accessibility และสอดคล้องกับ CRPB กี่เปอร์เซ็นต์

  • ในเอกสารที่มีการสัมภาษณ์เชิงลึกส่วนมากเป็นระดับผู้บริหาร แต่ไม่ได้เป็นระดับผู้ปฏิบัติการ และมีองค์กร คนพิการอยู่ไม่กี่องค์กร ดังนั้น อยากให้มีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ใช้บริการด้วย เนื่องจากเป็นผู้ใช้งานจริง

6. ข้อเสนอแนะอื่นๆ จากผู้เข้าร่วมสัมมนา (แบบสอบถามออนไลน์)

  • ควรมีการบูรณาการในเรื่องอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายด้วย เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานบางอย่างไม่สามารถดำเนินการได้โดยหน่วยงานเดียว เช่น สถานีขนส่งผู้โดยสารทางบก เป็นการดำเนินการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคมไม่สามารถของบประมาณในการดำเนินการให้ได้ ควรมีการตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อหาทางออกร่วมกันระหว่าง คค. มท. กทม. เป็นต้น

  • แบบก่อสร้างที่เสนอแนะ ควรตรวจสอบความถูกต้องก่อนการก่อสร้างจริงโดยสถาปนิก ผู้เชี่ยวชาญและคนพิการที่มีความรู้ด้าน UD

    • แบบก่อสร้างสำหรับพื้นที่นำร่องได้มีการตรวจสอบความถูกต้องในการออกแบบกับสถาปนิกและผู้เชี่ยวชาญด้าน UD เรียบร้อยก่อนการส่งมอบ อย่างไรก็ตาม ในการก่อสร้าง ควรต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับพื้นที่ด้วยเช่นกัน

  • เป็นโครงการที่มีประโยชน์มาก

  • เป็นแนวทางที่ดีเพื่อสามารถเข้าถึงการบริการอย่างเท่าเทียมกัน

  • เห็นด้วยอย่างยิ่ง รฟฟท. จะพยายามเต็มที่ในการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกให้เป็นไปตาม UD

  • ขอให้ขยายผลการดำเนินงานสู่พื้นที่ภาคอื่นๆ

  • ควรมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลเหล่านี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรู้และเตรียมการ เพื่อให้การบริการสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและรัฐสามารถให้การสนับสนุนได้ทุกกลุ่มงานบริการโครงสร้างพื้นฐาน

    • โครงการได้มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ของกระทรวงคมนาคม http://accessibility.mot.go.th นอกจากนี้ ยังมี Facebook ของโครงการด้วยเช่นกัน

  • ต้องร่วมมือกันทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน

  • ควรทำให้ตรงกับความต้องการ และสามารถใช้งานได้จริง บนพื้นฐานของเหตุผลและความเป็นไปได้

  • เอกสารและวิดีทัศน์ดูน่าสนใจมาก อยากให้พัฒนาต่อไปเรื่อยๆ

  • เห็นด้วยกับโครงการ และส่งเสริมให้ทุกคนตระหนักถึงความเอื้อเฟื้อต่อคนพิการ หากที่ที่เตรียมไว้สำหรับคนพิการเต็มก็ควรเสียสละที่ปกติ

  • หากโครงการประสบผลสำเร็จได้ถึง 100% หรือใกล้เคียงเท่าที่จะเป็นไปได้ จะเป็นผลให้คนพิการได้รับ การบริการได้อย่างทั่วถึงได้มากขึ้น

  • เป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม โดยในการศึกษาควรมีการทดสอบโดยให้คนพิการได้ทดลองใช้งานจริงด้วย

  • การอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการหรือผู้สูงอายุ ควรจะมีความเชื่อมโยงในสิ่งอำนวยความสะดวกต่อเนื่องจากจุดเดินทางจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง เพื่อให้ความเชื่อมโยงในสิ่งอำนวยความสะดวกทั่วถึง

  • เป็นการเริ่มต้นที่ดีที่จะลดความเหลื่อมล้ำของสังคม สร้างความเสมอภาคและความเท่าเทียมในสังคมตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ได้กำหนดไว้

  • โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี ส่งผลต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะเพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ เด็กและคนทุกกลุ่มต่อไปในอนาคต

  • การพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกๆ ด้านสามารถสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ได้นั้น ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีความจริงใจในการร่วมมือมีการบูรณาการร่วมกัน

  • ควรมีการจัดทำเป็นฐานข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าถึง (accessibility) สถานีขนส่งต่างๆ ของหน่วยงานกระทรวงคมนาคมให้ทุกคน รวมถึงคนพิการแต่ละประเภทและผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย สะดวก พัฒนาและปรับปรุงให้ทันสมัย

  • การศึกษาเป็นประโยชน์

  • ป้ายรถเมล์สำหรับคนพิการ คิดว่าสำคัญมาก

  • ควรเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทางโดยจัดทำทางลาด หรือทางที่สะดวกต่อรถเข็นคนพิการ

  • ควรปรับปรุงแบบประเมินสิ่งอำนวยความสะดวก ของแต่ละการเดินทาง เช่น แบบประเมินทางบก ทางอากาศ ทางน้ำ และระบบราง การเดินทางโดยระบบขนส่งทางน้ำ ควรใช้ท่าเรือใน กทม เป็นต้นแบบในการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ทางเรือศิริราช ทางเรือท่าช้าง ท่าเรือสะพานตากสิน และท่าเรือที่เป็นต้นทางต่างๆ การประเมินสถานที่ต่างๆ ควรมีการติดตาม หรือช่วยเหลือการออกแบบหรืองบประมาณให้สามารถจัดทำและมีการตรวจสอบจากผู้ใช้งานจริง โดยหลังจากปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกแล้วควรให้มีการจัดอบรมพนักงานใหม่เกี่ยวกับความเข้าใจในเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

  • ความต่อเนื่องของนโยบายของรัฐบาล นำผลการศึกษาระยะ 3 สู่การปฏิบัติ เพื่อสร้างหลักประกัน คือ 1) การประเมินผลกระทบจากการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จริงของประชาชนทุกกลุ่มก่อนเริ่มโครงการ 2) การมีส่วนร่วมของคนพิการในทุกกระบวนการตั้งแต่การสำรวจออกแบบวิเคราะห์และพัฒนาแก้ไขปรับปรุง 3) ความต่อเนื่องด้านนโยบายจากรัฐบาลสู่รัฐบาล เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ระยะยาวของประเทศไทย 4) ความต่อเนื่องด้านงบประมาณโดยให้ถือเป็นการลงทุนทางสังคมเพื่อสิทธิในการเดินทางของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย

  • อยากให้การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานฯ เปิดใช้งานได้จริง

  • กรณีรถโดยสาร เข้าป้ายไปรับคนพิการไม่ได้ เพราะรถแท๊กซี่ และรถสามล้อ จอดแช่ป้าย ควรหาแนวทางแก้ไข

  • ควรสร้างจิตสำนึกประชาชนให้หยุดรอคนข้ามถนน

  • ประสานความร่วมมือ ขนส่ง คค. ตำรวจ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การอำนวยความสะดวกให้แก่ทุกคน

  • ควรพิจารณาการศึกษาระบบขนส่งสาธารณะระดับล่างเพิ่มเติม เพราะปัจจุบันมีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง สามล้อ แท๊กซี่ ที่เข้าถึงคนพิการได้มากกว่า

  • เอกสารและวิดีทัศน์มีความน่าสนใจมาก อยากให้พัฒนาต่อไปเรื่อยๆ

  • สำหรับผู้พิการทางการได้ยินนั้น ขอเพียงมีป้ายรูปภาพ พร้อมแคปชั่นภาษา หรือสัญญาณไฟ ก็เพียงพอแล้ว

  • ถ้าโครงการนี้สำเร็จจะเป็นประโยชน์อย่างมาก

  • Comprehensive and good presentation

  • ขอให้มีป้ายสำหรับบริการคนหูหนวกอย่างทั่วถึง

3.